• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569
Home A5 เผย “Cinq Royal” ขายแล้ว 70% ดันรายได้ Q1/69 รวม 215.74 ล.
A5 เผย “Cinq Royal” ขายแล้ว 70% ดันรายได้ Q1/69 รวม 215.74 ล.

A5 เผย “Cinq Royal” ขายแล้ว 70% ดันรายได้ Q1/69 รวม 215.74 ล.

A5  Q1/69 รายได้ 215.74 ล. “Cinq Royal” ขายแล้ว 70% รุกธุรกิจใหม่ Luxury Living & Wellness Ecosystem

A5 เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 215.74 ล้านบาท พร้อมมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 1,062.86 ล้านบาท จากโครงการลักชัวรีที่ยังได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะโครงการ “Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7” ที่ปัจจุบันมียอดขายแล้วมากกว่า 70% สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความผันผวน

A5 เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ พร้อมต่อยอดการพัฒนา Luxury Living Ecosystem ผ่านการยกระดับสินค้า บริการ และประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบครบวงจร โดยผสานแนวคิด Wellness Living เข้ามาเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการพัฒนาโครงการ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบนในระยะยาว พร้อมสร้าง New S-Curve และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 215.74 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 11.85 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์บางส่วนจำเป็นต้องเลื่อนออกไปเพื่อรอผลการพิจารณาดังกล่าว ประกอบกับบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดและการบริหารสินค้าคงเหลือเชิงรุก เพื่อเร่งการขายในช่วงภาวะตลาดแข่งขันสูงนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้ของ Backlog รวมถึงแรงสนับสนุนจากยอดขายและยอดโอนของโครงการพร้อมอยู่ที่ยังมีทิศทางเติบโตดี โดย ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 บริษัทมี Backlog รวมมูลค่า 1,062.86 ล้านบาท จากโครงการหลัก ได้แก่ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วมากกว่า 70%, CINQUIÈME Krungthep Kreetha, Vana Ratchapruek-Westville และโครงการบ้านรชยา เอกมันตรา จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องสะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

สำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทให้น้ำหนักกับการเร่งยอดขายและยอดโอนจากโครงการพร้อมอยู่ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าพัฒนา Product Strategy อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านดีไซน์ ฟังก์ชันการอยู่อาศัย และบริการ เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับลักชัวรีที่มองหามากกว่าที่อยู่อาศัย

ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทเดินเกมเชิงรุกผ่านการสร้าง Customer Experience แบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการทำ Online และ Offline Campaign รวมถึงการจัด Private Viewing และ Exclusive Community Event เพื่อสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับพันธมิตรระดับพรีเมียมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการระดับลักชัวรี เพื่อต่อยอด Ecosystem และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการนำแนวคิด Wellness เข้ามาผสานในการพัฒนาโครงการและบริการมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการออกแบบพื้นที่ การเลือกวัสดุ และการพัฒนาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อรองรับเทรนด์ผู้บริโภคระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและ Well-being มากขึ้น

ขณะเดียวกัน A5 ยังเดินหน้าขยายการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่อย่าง Upper Class Solution และ A5 Design ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าภายนอก จากความต้องการงานออกแบบ Interior และ Architectural Solution ระดับพรีเมียม โดยรายได้จากธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทในอนาคต

“บริษัทตั้งเป้าการเติบโตภายใต้แนวทาง Quality Growth โดยให้ความสำคัญทั้งด้านรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และการบริหารความเสี่ยงควบคู่กัน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นผู้พัฒนา Luxury Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งที่อยู่อาศัย บริการ สุขภาพ และประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับพรีเมียมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของลูกค้าในระยะยาวและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น” นายศุภโชค กล่าว