A5 ตอกย้ำศักยภาพผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี หลังโครงการ Ultra Luxury “CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7” (แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7) มูลค่าโครงการกว่า 1,650 ล้านบาท กวาดยอดขาย 70% ภายในเวลาเพียง 1 ปีเศษนับจากเปิดตัว สวนภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ A5 และศักยภาพของตลาด Ultra Luxury พร้อมยกระดับการอยู่อาศัยสู่ Wellness Living เต็มรูปแบบ
นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ-แนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า โครงการระดับ Ultra Luxury “CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7” (แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7) สามารถปิดการขายได้แล้วกว่า 70% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเศษนับจากเปิดตัว มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,650 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาด Ultra Luxury ที่ยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์บ้านระดับบนของ A5
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการต่อยอดจากแบรนด์ “CINQ ROYAL” ที่ได้รับการตอบรับอย่างโดดเด่นจากโครงการก่อนหน้า คือ โครงการ “CINQ ROYAL Krungthep Kreetha” (แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา) ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ตลาดบ้านลักชัวรี ที่ครองใจกลุ่มลูกค้า High-Net-Worth อย่างต่อเนื่อง
โดย CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 สะท้อนความสามารถของ A5 ในการพัฒนาโปรดักส์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างแท้จริง รวมถึงยังสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury ผ่านแนวคิด Ultra Private Estate ที่มีเพียง 18 ครอบครัว มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมรองรับการอยู่อาศัยแบบ Multi-Generational Living
นอกจากนี้ ยังมีจุดแข็งสำคัญคือการคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพและหาได้ยาก (Rare Luxury Location) บนทำเลติดสนามกอล์ฟ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและบรรยากาศสงบเสมือน Private Retreat แต่ยังเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์สำคัญได้อย่างสะดวก ทั้ง Mega Bangna รวมถึงโรงเรียนนานาชาติชั้นนำอย่าง Concordian International School และ Dulwich College Bangkok ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของกลุ่มครอบครัวระดับบน

“ความสำเร็จของโครงการไม่ได้เกิดจากทำเลหรือความหรูหราของตัวบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มลูกค้า High-Net-Worth ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าระดับ Ultra Luxury ในปัจจุบันไม่ได้มองหาบ้านที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่บนทำเลที่ดีเท่านั้น แต่ต้องการพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน รองรับการใช้ชีวิตของคนหลายเจเนอเรชัน และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ A5 ให้ความสำคัญมาตั้งแต่การออกแบบแนวคิดโครงการ” นายศุภโชค กล่าว
อย่างไรก็ตาม A5 ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรดักส์ผ่านแนวคิด CINQ Design ที่ผสานความงดงามเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานจริง พร้อม Freedom Space ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระตามไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่เริ่มต้นจากความเข้าใจลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ขณะเดียวกัน A5 เตรียมต่อยอดประสบการณ์การอยู่อาศัยสู่แนวคิด “Holistic Wellness Community” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเตรียมเปิดตัวพื้นที่สีเขียวส่วนกลางเฟสใหม่ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ควบคู่กับการยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เพื่อมอบบริการด้านสุขภาพระดับพรีเมียมแก่ลูกบ้าน
นายศุภโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้พัฒนาเพียงที่อยู่อาศัย แต่กำลังสร้างระบบนิเวศแห่งคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และครอบครัวระดับบนในทุกมิติ เป้าหมายของ A5 คือการยกระดับแนวคิด Luxury Living ไปสู่ Luxury Preventive Living ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความสุขในการอยู่อาศัยในระยะยาว”


