• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** ปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
Home EA ผู้ถือหุ้นไฟเขียวทุกวาระ ย้ำความเชื่อมั่น-ฐานะการเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น
EA ผู้ถือหุ้นไฟเขียวทุกวาระ ย้ำความเชื่อมั่น-ฐานะการเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น

EA ผู้ถือหุ้นไฟเขียวทุกวาระ ย้ำความเชื่อมั่น-ฐานะการเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยผลการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติรับทราบและอนุมัติทุกวาระที่ต้องลงคะแนนตามที่คณะกรรมการเสนอ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจ ฐานะทางการเงิน และแผนบริหารจัดการของบริษัท ภายหลังบริษัทเดินหน้ามาตรการเสริมสภาพคล่องและบริหารภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานของคณะกรรมการบริษัทและรายงานประจำปี 2568 พร้อมมีมติอนุมัติงบการเงินของบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว รวมถึงอนุมัติการไม่จัดสรรกำไรสุทธิเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมายและการงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ตามข้อกำหนดของกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2569 อนุมัติการเลือกตั้งกรรมการที่ต้องออกตามวาระกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระ ได้แก่ นายสมใจนึก เองตระกูล, นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์, นางอัญชลี ชาลีจันทร์ และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รวมทั้งอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีประจำปี 2569

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า บริษัทขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนวาระต่าง ๆ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแผนการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในด้านการฟื้นฟูฐานะทางการเงิน การบริหารสภาพคล่อง และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทในระยะต่อไป

สำหรับผลประกอบการประจำปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการหลักที่ยังคงสะท้อนศักยภาพของธุรกิจ โดยมีกำไรสุทธิไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด หรือ non-cash items อยู่ที่ 1,551.3 ล้านบาท และมี EBITDA ไม่รวมรายการพิเศษที่เป็น non-cash items อยู่ที่ 7,061.8 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน หรือ cash flow from operation อยู่ที่ 8,435.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 7,864.8 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจหลักของบริษัทยังคงสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

นายฉัตรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้นในการอนุมัติวาระต่าง ๆ ในครั้งนี้ เป็นกำลังใจสำคัญให้บริษัทเดินหน้าตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดย EA ได้เข้าสู่สถานะที่มีเสถียรภาพมากขึ้นตามที่ได้สื่อสารไว้ และจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ พัฒนาการด้านฐานะทางการเงินของบริษัทได้รับการสะท้อนผ่านการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ EA เป็น “Stable” จากเดิม “Negative” โดย TRIS Rating พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ที่ระดับ “BB+” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สนับสนุนมุมมองต่อสถานะทางการเงินและสภาพคล่องของบริษัทที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ภายหลังบริษัทได้ดำเนินมาตรการบริหารสภาพคล่องและจัดการภาระหนี้ตามแผนอย่างต่อเนื่อง

EA ยืนยันว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่อง การสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมเดินหน้าสร้างฐานการเติบโตระยะยาวบนพื้นฐานของความมั่นคงทางการเงินและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน