• KKP Research มองในภาวะที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงและการคาดการณ์เศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น ทำให้ยังต้องจับตามองความเสี่ยงของการระบาดของโควิดแบบรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว การขนส่ง และการค้าเป็นหลัก ในกรณีเลวร้ายที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถกลับเข้ามาได้ตลอดทั้งปี ประเมินว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่ำกว่า 2% จากการคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.9% *** EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยมูลค่าส่งออกในปี 2021 ขยายตัวที่ 17.1% โดยมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจการค้าโลก และการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการขยายตัวในตลาดจีนและอินเดีย และในกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก ….คาดส่งออกไทยในปี 2022 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตที่ 3.4%
Home EKH ทุ่มงบ 70 ล. ขยายศูนย์บริการครบสูตร Q2 เปิด 'เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม'
EKH ทุ่มงบ 70 ล. ขยายศูนย์บริการครบสูตร Q2 เปิด 'เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม'

EKH ทุ่มงบ 70 ล. ขยายศูนย์บริการครบสูตร Q2 เปิด 'เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม'

EKH ชูจุดยุทธศาสตร์ปี 65 ทุ่มงบ 70 ล.ขยายศูนย์บริการครบสูตร เล็งเปิด 'เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม' Q2/65 หนุนผลงานอนาคตแข็งแกร่ง

 

บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) กางแผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 2565 ทุ่มงบ 70 ล้านบาท ปรับปรุงศูนย์ไตเทียม ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่ม รวมทั้งปรับปรุงห้องพักผู้ป่วยใน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านบริการ พร้อมกันนี้เตรียมเปิด “เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม” ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุไตรมาส 2/2565 “นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร” มั่นใจทำให้ฐานธุรกิจมีความแข็งแกร่ง หนุนรายได้เพิ่ม 70-80 ล้านบาทต่อปี

 

นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) เปิดเผยถึง แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ว่า บริษัทฯ ได้เตรียมงบลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์ไตเทียม, จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม และปรับปรุงชั้น 4A ส่วนเคาน์เตอร์พยาบาลและทางเดินห้องพัก และปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย 5A เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม” ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ ประมาณไตรมาส 2/2565 ซึ่งมั่นใจว่าจะสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง และต่อยอดรายได้เพิ่มขึ้น 70-80 ล้านบาทต่อปี ส่วนธุรกิจการรักษาพยาบาลทั่วไปในโรงพยาบาล อาทิ ศูนย์ฉุกเฉิน,ศูนย์กุมารเวช,ศูนย์สูติ-นรีเวช-ศูนย์บำบัด เชื่อว่ายังมีผู้เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ทำให้มีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

 

“แม้ทิศทางการผลประกอบการปี 2565 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยลดลง แม้อาจมีผู้ป่วยโควิด-19 บางส่วนรักษาตัวอยู่บ้าง แต่ไม่เท่ากับปี 2564 แต่เชื่อว่าผลการดำเนินงานในปี 2565 ยังสามารถขยายตัวอยู่ในทิศทางบวกได้ใกล้เคียงกับปี 2562-2563"

 

นายแพทย์อำนาจ กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งหากมีการระบาดระลอกใหม่ คาดว่าจะทำให้มีผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ที่จะเติบโตอย่างโดดเด่นจากรายได้จากการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19

ข่าวเกี่ยวข้อง