• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home ETIX ขยาย BKK2 ดันกำลังรองรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมแตะ 25 MW รับดีมานด์ Cloud–AI ไทยโตสูง
ETIX ขยาย BKK2 ดันกำลังรองรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมแตะ 25 MW รับดีมานด์ Cloud–AI ไทยโตสูง

ETIX ขยาย BKK2 ดันกำลังรองรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมแตะ 25 MW รับดีมานด์ Cloud–AI ไทยโตสูง

ETIX ขยาย BKK#2 ดันกำลังรองรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมแตะ 25 MW รับดีมานด์ Cloud–AI ไทยโตสูง ชูระบบไม่ใช้น้ำหล่อเย็น–พลังงานสีเขียว หนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตยั่งยืน


ETIX เร่งขยาย BKK#2 ดันกำลังรองรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมแตะ 25 เมกะวัตต์ ชูจุดแข็งดึงผู้ให้บริการคลาวด์และแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ 3 รายติดตั้งระบบบน BKK#2 เดินหน้าเชื่อมต่อเครือข่ายโทรคมนาคมทั่วไทย ปูทางสู่ศูนย์กลางเชื่อมต่อ Cloud–AI และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก ชู ESG ไม่ใช้น้ำหล่อเย็น ใช้พลังงานสีเขียว เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโต

 


นายหลุยส์ บลองโช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ETIX กล่าวว่า ETIX มุ่งพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Ethical Internet Exchange ซึ่งสะท้อนจุดแข็งสำคัญของบริษัททั้งด้านการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน และการเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อเครือข่ายโทรคมนาคม คลาวด์ และผู้ให้บริการคอนเทนต์ เพื่อรองรับการใช้งานของธุรกิจและบริการดิจิทัลที่หลากหลาย

 


“Ethical คือแนวทางที่เราใช้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งระบบระบายความร้อนที่ไม่ใช้น้ำ การใช้พลังงานสีเขียว และการออกแบบตามมาตรฐานระดับสูงของอุตสาหกรรม ส่วน Internet Exchange คือการสร้างจุดเชื่อมต่อที่เครือข่าย คลาวด์ และคอนเทนต์มารวมกัน นี่คือความหมายของ Edge Data Center สำหรับเรา ที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีก บริการภาครัฐ และ AI สามารถใช้งานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ใกล้ผู้ใช้งานและเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่าง ๆ ได้ โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านการออกแบบ”


ETIX นำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ 4 ด้าน ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การไม่ใช้น้ำในระบบระบายความร้อน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการเลือกพื้นที่ตั้งให้สอดคล้องกับผังเมืองและชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทดำเนินการมาก่อนที่ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์จะได้รับความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

 

สำหรับการพัฒนา BKK#2 บริษัทได้ร่วมมือกับ Schneider Electric พันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ให้สอดคล้องกับกรอบกำกับดูแลใหม่ของประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้พลังงาน น้ำ และที่ดินอย่างเหมาะสม

 


นายปิแอร์ ปาทริส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ETIX ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า การพัฒนา BKK#2 ส่งผลให้ Bangkok Campus มีกำลังรองรับรวมเพิ่มขึ้นจาก 6 เมกะวัตต์ เป็น 25 เมกะวัตต์ หรือมากกว่า 4 เท่าของเดิม สะท้อนการขยายศักยภาพของ ETIX ในประเทศไทย หลังเริ่มเปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกขนาด 0.6 เมกะวัตต์ในปี 2565


“สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดคือความหลากหลายของลูกค้าที่ไว้วางใจ ETIX ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร ไปจนถึงบริษัทด้าน AI ซึ่งแต่ละองค์กรมีความต้องการและแผนการเติบโตแตกต่างกัน หน้าที่ของเราคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีมาตรฐานการรับรองและการส่งมอบโครงการตามกำหนดเวลา เพื่อให้การขยายธุรกิจของลูกค้าไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐาน”


ปัจจุบัน Bangkok Campus ให้บริการลูกค้าทั้งผู้ให้บริการคอนเทนต์และคลาวด์ระดับโลก บริษัทด้าน AI ที่ใช้ระบบประมวลผลเพื่อให้บริการผู้ใช้งาน สถาบันการเงิน ธุรกิจโรงแรม และหน่วยงานภาครัฐ โดยมีผู้ให้บริการคลาวด์และแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ 3 รายติดตั้งระบบให้บริการภายในดาต้าเซ็นเตอร์


นอกจากนี้ Bangkok Campus ยังเป็นที่ตั้งของจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ BKNIX และ THNIX พร้อมมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายในประเทศไทยเชื่อมต่ออยู่ภายในพื้นที่ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการเครือข่าย คลาวด์ และคอนเทนต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยการมีผู้ให้บริการเครือข่ายและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น จะช่วยเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้กับลูกค้าเดิม พร้อมรองรับการเติบโตของบริการ Cloud และ AI ในอนาคต