• สศช.เผยจีดีพีไตรมาสแรก ปี 62 โต 2.8% มองเสถียรภาพยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดทั้งปีขยายตัวร้อยละ 3.3 – 3.8 --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ชะลอตัวลงต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส อยู่ที่ร้อยละ 2.8 ต่อปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ร้อยละ 3.2 จากแรงฉุดจากการส่งออกที่หดตัวลง --- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics) แถลงปรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 62 เหลือ 3.0% จากเดิมมอง 3.5% เหตุตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกชะลอมากกว่าคาด
Home FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน  มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%
FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน   มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน  มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน 

มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

 

'ทักษิณ ตันติไพจิตร' ประกาศปรับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง ขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มโรงงานทั่วประเทศ เตรียมสร้างคลังสินค้าเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บ-บริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น เล็งนำเข้าสินค้าใหม่เพิ่มโอกาสแข่งขัน เผย Backlog 400 ล้านบาท มั่นใจกวาดงานประมูลต่อเนื่อง รักษามาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง

 

นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE) ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย บริการออกแบบ รับเหมาติดตั้ง ซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์-ระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมปีนี้ 10% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,130 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 12-13%

 

โดยแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ประกอบด้วย 1. การขยายฐานลูกค้างานรับเหมาออกแบบติดตั้งระบบฯ โดยเน้นการเจาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงไม่พึ่งพาฐานลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในปี 62 ตั้งเป้ารับงานรับเหมาออกแบบติดตั้งระบบฯโรงงานมูลค่ารวมประมาณ 200-300 ล้านบาท 2. เตรียมก่อสร้างคลังสินค้าขนาดพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนลาดกระบัง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้านำเข้าจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และสามารถบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

 

ทั้งนี้เงินลงทุนจะมาจากการระดุมทุน IPO ประมาณ 190 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสดในกิจการ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีนี้ 3. นำเข้าสินค้าใหม่ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

 

สำหรับมูลค่างานในมือ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจัดจำหน่าย 130 ล้านบาท งานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง 270 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอผลพิจารณางานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงเพิ่มเติมอีก 20 โครงการ มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท คาดว่าบริษัทจะได้รับงานอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานของทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

 

“ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และยังมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าของโครงการภาครัฐ ภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดมีเนียม ซึ่งการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทดีขึ้น เชื่อว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโต และอัตราการทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง”นายทักษิณ กล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง