• คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ “ชิมช้อปใช้” หรือ “ชิมช้อปใช้ เฟส 3” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง...มาตรการ “ชิมช้อปใช้ เฟส 3” จะเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มจำนวนไม่เกิน 2 ล้านคน โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายจากเงินของประชาชนเองผ่าน g-Wallet ช่อง 2 เป็นเงินชดเชยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท (เงินชดเชยไม่เกิน 4,500 บาท) และเงินชดเชยร้อยละ 20 ของยอดใช้จ่ายในส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (เงินชดเชยไม่เกิน 4,000 บาท) ...กระทรวงการคลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน “ชิมช้อปใช้ เฟส 3” ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 โดยการลงทะเบียนในวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2562 จะเปิดวันละ 750,000 ราย แบ่งเป็น 2 รอบ ในเวลา 6.00 น. และเวลา 18.00 น. เช่นเดิม และส่วนที่ลงทะเบียนไม่ครบถ้วน จะนำมาเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562
Home FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน  มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%
FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน   มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน  มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

FTE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.13 พันล้าน 

มั่นใจรักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-13%

 

'ทักษิณ ตันติไพจิตร' ประกาศปรับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง ขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มโรงงานทั่วประเทศ เตรียมสร้างคลังสินค้าเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บ-บริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น เล็งนำเข้าสินค้าใหม่เพิ่มโอกาสแข่งขัน เผย Backlog 400 ล้านบาท มั่นใจกวาดงานประมูลต่อเนื่อง รักษามาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง

 

นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE) ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย บริการออกแบบ รับเหมาติดตั้ง ซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์-ระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมปีนี้ 10% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,130 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 12-13%

 

โดยแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ประกอบด้วย 1. การขยายฐานลูกค้างานรับเหมาออกแบบติดตั้งระบบฯ โดยเน้นการเจาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงไม่พึ่งพาฐานลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในปี 62 ตั้งเป้ารับงานรับเหมาออกแบบติดตั้งระบบฯโรงงานมูลค่ารวมประมาณ 200-300 ล้านบาท 2. เตรียมก่อสร้างคลังสินค้าขนาดพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนลาดกระบัง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้านำเข้าจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และสามารถบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

 

ทั้งนี้เงินลงทุนจะมาจากการระดุมทุน IPO ประมาณ 190 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสดในกิจการ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีนี้ 3. นำเข้าสินค้าใหม่ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

 

สำหรับมูลค่างานในมือ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจัดจำหน่าย 130 ล้านบาท งานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง 270 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอผลพิจารณางานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงเพิ่มเติมอีก 20 โครงการ มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท คาดว่าบริษัทจะได้รับงานอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานของทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

 

“ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และยังมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าของโครงการภาครัฐ ภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดมีเนียม ซึ่งการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทดีขึ้น เชื่อว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโต และอัตราการทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง”นายทักษิณ กล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง