• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home FTREIT เปิดงบไตรมาส 1 ปี 67 รายได้โต 6.2% ใกล้แตะ 1,000 ล.
FTREIT เปิดงบไตรมาส 1 ปี 67 รายได้โต 6.2% ใกล้แตะ 1,000 ล.

FTREIT เปิดงบไตรมาส 1 ปี 67 รายได้โต 6.2% ใกล้แตะ 1,000 ล.

คงฟอร์มเก่ง! สร้างอัตราการเช่าระดับสูง เตรียมลงทุน 2,500 ล้านบาทเพิ่มพื้นที่ดันพอร์ตโต
 
กรุงเทพฯ 8 กุมภาพันธ์ 2567 FTREIT ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2567 (ต.ค. - ธ.ค. 2566) ทำรายได้รวม 989.7 ล้านบาท เติบโต 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรจากการลงทุนสุทธิ 636.8 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลรอบไตรมาส 1/2567 อัตรา 0.1870 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายในวันที่ 7 มี.ค. 67 พร้อมเล็งทุ่มงบเกือบ 2,500 ล้านบาทเข้าลงทุนพื้นที่เช่าใหม่ราว 100,000 ตร.ม

นายธนะรัชต์ บุญญะโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FIRM” ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ “FTREIT” กล่าวว่า ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการอย่างแข็งแกร่ง และการขยายพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเมื่อปีก่อนหน้า ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2567 (ตุลาคม – ธันวาคม 2566) FTREIT มีผลการดำเนินงานมั่นคง ด้วยอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 85.5% โดยในปีนี้บริษัทฯ เตรียมงบลงทุน 2,000 - 2,500 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายพอร์ตโฟลิโอของกองทรัสต์เติบโตกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งเน้นเข้าลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูงจากกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) และบุคคลนอกกลุ่มที่มีที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งและอุตสาหกรรม มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อสร้างรายได้ของ FTREIT ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์

ทั้งนี้ FIRM คาดว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ โดยต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ จากรัฐบาล ทั้งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นแรงหนุนที่ขับเคลื่อนความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มสูงขึ้น