เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต เดินหน้าปรับบทบาทประกันชีวิต ชูปรัชญาธุรกิจ “5P” ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยมากขึ้น หวังสร้างสมดุลทั้งสุขภาพและความมั่นคงทางการเงิน หลังพบปัญหา “อายุสุขภาพ” และ “อายุทางการเงิน” สั้นกว่าอายุขัยราว 10 ปี พร้อมเตรียมส่งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ออกสู่ตลาด ขณะที่การสร้างแบรนด์ ลดการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ เน้นความสำคัญการนำทรัพยากรไปสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมจริง
นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันชีวิตกำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง ทำให้บริษัทต้องกลับมาทบทวนบทบาทของธุรกิจประกันว่า นอกจากการคุ้มครองความเสี่ยงแล้ว จะสามารถเข้ามาช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของปรัชญา “5P” ประกอบด้วย 1. Problem 2. Purpose 3. Proposition 4. Profit 5.Prosperity ซึ่งถูกวางให้เป็นกรอบคิดในการขับเคลื่อนธุรกิจตั้งแต่การค้นหาปัญหาของสังคม ไปจนถึงการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายณัฐพิสิษฐ์ กล่าวว่า เราไม่ต้องการให้คนป่วย และต้องการให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี มีเงินโดยไม่มีหนี้สินจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ หรือ Problem คือสถานการณ์ที่คนไทยอาจมีช่วงชีวิตที่พร้อมด้านสุขภาพและการเงินสั้นกว่าอายุขัย โดยแนวคิดเรื่อง Health Span-ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี และ Wealth Span-ช่วงเวลาแห่งความมั่งคั่ง ถูกนำมาพูดถึงมานาน เพื่อสะท้อนว่า การมีอายุยืนยาวไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีหรือมีฐานะทางการเงินพร้อมไปตลอดชีวิต
ปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 78 ปี แต่ช่วงท้ายของชีวิตราว 10 ปีอาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสุขภาพ หรือปัญหาทางการเงิน ถือเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจประกันชีวิตในการเข้ามาช่วยวางแผนและบริหารความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ
Purpose FWD วางเป้าหมายผลักดันให้คนไทยดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพทางการเงิน เพื่อมุ่งสู่ชีวิตแบบ “Healthier, Wealthier, Happier” หรือสุขภาพดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้น
Proposition จะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยบริษัทเตรียมทยอยเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เพื่อขยายบทบาทของธุรกิจประกันจากการคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การช่วยให้ลูกค้าวางแผนชีวิตได้รอบด้านมากขึ้น
Profit FWD มองว่าผลกำไรไม่ได้หมายถึงผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลให้กับ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ พนักงาน ตัวแทน คู่ค้า และผู้ถือหุ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปพร้อมกัน เมื่อทั้ง 4 เสาหลักมีความแข็งแรง จึงจะนำไปสู่ Prosperity หรือความเจริญรุ่งเรืองและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
โดยแนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนการปรับตัวของธุรกิจประกันชีวิตที่ต้องสร้างคุณค่ามากกว่าการขายกรมธรรม์ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า การดูแลสุขภาพ การวางแผนการเงิน และการสร้างความมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
ส่วนแนวทางการสร้างแบรนด์ บริษัทต้องการลดการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ว่ากำลังทำอะไร แต่จะให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรไปสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมจริง
นายณัฐพิสิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะพยายามไม่เสียเงินไปกับการเป่าประกาศให้คนรู้ว่าเรากำลังทำอะไร แต่จะนำเงินเหล่านั้นไปสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นจริง แล้วปล่อยให้สิ่งดีๆ เหล่านั้นทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวเอง”
สำหรับทิศทางดังกล่าวถือเป็นการวางเกมใหม่ของ FWD ที่ต้องการให้ธุรกิจประกันชีวิตเข้าไปมีส่วนร่วมกับชีวิตผู้บริโภคมากกว่าเดิม ตั้งแต่การป้องกันความเสี่ยง ดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนความมั่นคงทางการเงิน เพื่อให้ “ประกัน” ไม่ได้มีความหมายเฉพาะวันที่เกิดเหตุ แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้คนไทยเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตในระยะยาว

.jpg)
.jpg)
