• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home GCAP GOLD ชี้ทองคำพักฐานแนะรอซื้อเมื่อสร้างฐาน จับตาแนวรับ $4,370–$4,330
GCAP GOLD ชี้ทองคำพักฐานแนะรอซื้อเมื่อสร้างฐาน จับตาแนวรับ $4,370–$4,330

GCAP GOLD ชี้ทองคำพักฐานแนะรอซื้อเมื่อสร้างฐาน จับตาแนวรับ $4,370–$4,330

กรุงเทพฯ – บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินราคาทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐาน โดยตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้ง PPI และ CPI ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟดในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายนนี้ หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง อาจเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ จึงแนะกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่อราคาสามารถสร้างฐานได้” โดยวางแนวรับสำคัญที่ $4,370–$4,330 และตั้งเป้าหมายทำกำไรบริเวณ $4,500–$4,520

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำ ยังไม่กลับเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว หลังพยายามฟื้นขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ $4,500 ก่อนเผชิญแรงขาย จากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน 2569 ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาทองคำย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $4,400 และยังอยู่ในช่วงพักฐานเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทาง

ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่อราคาทองคำสามารถสร้างฐานได้” โดยจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ $4,370–$4,330 (ทองไทยประมาณ 68,000–67,300 บาท) หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวและเริ่มสร้างฐานได้ จึงค่อยหาจังหวะเข้าซื้อ โดยมีเป้าหมายแบ่งขายทำกำไรบริเวณ $4,500–$4,520 (ทองไทยประมาณ 70,000–70,200 บาท)

อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุด $4,300 (ทองไทยประมาณ 67,000 บาท) ยังไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อ เนื่องจากมีโอกาสพักฐานต่อ และควรรอให้ราคาสร้างฐานใหม่ก่อน ขณะที่หากราคาทะลุและสามารถยืนเหนือระดับ $4,500 (ทองไทยประมาณ 70,000 บาท) ได้อย่างมั่นคง จะสะท้อนว่าแรงกดดันเริ่มลดลง และเพิ่มโอกาสที่ราคาทองคำจะเข้าสู่รอบการฟื้นตัวอีกครั้ง

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้น้ำหนักในสัปดาห์นี้อยู่ที่ “เงินเฟ้อสหรัฐฯ” หลังข้อมูลตลาดแรงงานผ่านพ้นไป โดยนักลงทุนจะจับตาดัชนี PPI ในวันพฤหัสบดี และ CPI ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการประชุมเฟด หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงหรือเร่งตัวขึ้น อาจทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดและเปิดโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ ดังนั้น ข้อมูลเงินเฟ้อรอบนี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป