• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home INET ชูแนวคิด “Humble & Harmony”ตอกย้ำจุดยืนผู้ให้บริการดิจิทัลสัญชาติไทย
INET ชูแนวคิด “Humble & Harmony”ตอกย้ำจุดยืนผู้ให้บริการดิจิทัลสัญชาติไทย

INET ชูแนวคิด “Humble & Harmony”ตอกย้ำจุดยืนผู้ให้บริการดิจิทัลสัญชาติไทย

INET ชูแนวคิด “Humble & Harmony”ตอกย้ำจุดยืนผู้ให้บริการดิจิทัลสัญชาติไทย มุ่งสร้างอธิปไตยดิจิทัลให้กับประเทศ

บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการ Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย เดินหน้าวางรากฐานดิจิทัลให้กับประเทศไทยมายาวนานกว่า 31 ปี วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติไทย เพื่อเสริมความมั่นคงด้านข้อมูลและลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากต่างประเทศ ออกแบบ Data Center บนมาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Humble & Harmony” มุ่งเน้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน

ปัจจุบัน INET มีศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Center) รวมทั้งสิ้น 3 แห่ง โดยโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 3 ศูนย์ มีกำลังไฟฟ้าที่พอเหมาะต่อการให้บริการอินเทอร์เน็ต, Co-location, Cloud และ Digital Platform สำหรับให้บริการแก่องค์กรภาครัฐและเอกชนไทย ประกอบด้วย INET-IDC1 ขนาด 0.7 เมกะวัตต์ (MW), INET-IDC2 ขนาด 1.2 เมกะวัตต์ (MW) และ INET-IDC3 ขนาด 3-4 เมกะวัตต์ (MW) ต่อเฟส ที่จังหวัดสระบุรี บนพื้นที่กรรมสิทธิ์กว่า 400 ไร่ โดยทั้งสามศูนย์ฯ รองรับการให้บริการรวมกว่า 100,000 VMIs (Virtual Machine Indicators) การกระจายศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลช่วยลดการกระจุกตัวของทรัพยากร เพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ และสามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการบริหารจัดการพลังงาน INET มุ่งเน้นการให้บริการ CPU Cloud ซึ่งมีรูปแบบการใช้พลังงานที่สม่ำเสมอ ควบคู่กับการใช้พลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม ควบคู่กับการเตรียมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน BESS (Battery Energy Storage System) เพื่อกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในช่วงกลางคืน ขณะเดียวกันยังออกแบบอาคารแบบ Passive Design โดยออกแบบอาคารหุ้มฉนวนลดการถ่ายเทความร้อน และเลือกใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศซึ่งมีค่า WUE (Water Usage Effectiveness) เท่ากับ 0 จึงไม่มีการใช้น้ำประปาหรือน้ำบาดาลในการระบายความร้อน

การบริหารจัดการน้ำมันสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล INET-IDC สำหรับกรณีฉุกเฉินแบ่งเป็น INET-IDC1 จำนวน 4,153 ลิตร, INET-IDC2 จำนวน 5,485 ลิตร และ INET-IDC3 จำนวน 40,907 ลิตร โดยจัดเก็บในระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับระบบสำรองของแต่ละศูนย์ และดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ น้ำมันดังกล่าวถูกจัดสรรไว้เป็นพลังงานสำรองฉุกเฉินและการทดสอบระบบตามรอบเท่านั้น โดยการดำเนินงานปกติจะใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักและพลังงานหมุนเวียนจากโซลาร์ฟาร์มเป็นหลัก

ด้านมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐาน INET ออกแบบตามมาตรฐาน Uptime Tier III รองรับความต่อเนื่องในการให้บริการ รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานสากล อาทิ ISO/IEC 27001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27701, ISO/IEC 27017 มีระบบ DCIM (Data Center Infrastructure Management) ที่พัฒนาขึ้นเอง สำหรับติดตามการใช้ไฟฟ้า น้ำ และน้ำมัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากร และความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเป็นระบบ

แนวคิดดังกล่าวกำลังต่อยอดสู่ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ตแห่งที่ 4 (INET-IDC4) ที่จังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “Humble & Harmony” โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านพลังงาน การใช้น้ำ การควบคุมเสียง และผลกระทบต่อชุมชน พร้อมรองรับกำลังไฟฟ้า 4 เมกะวัตต์ต่อเฟส สูงสุดไม่เกิน 20 เมกะวัตต์ทั้งโครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในอนาคต และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค

นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยี INET ยังได้จัดตั้ง Innovation Hub ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา เพื่อสร้างอาชีพทักษะสูงและบุคลากรด้านไอทีในพื้นที่ จ้างงานคนไทย 100% กว่า 3,000 คน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี INET มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยองค์ความรู้และศักยภาพของคนไทย เสริมสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ของไทย บนกฎหมายไทย ให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคงให้ภาครัฐและภาคธุรกิจไทย สามารถขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน