• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home INTERLINK Group เปิดวิสัยทัศน์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป”
INTERLINK Group เปิดวิสัยทัศน์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป”

INTERLINK Group เปิดวิสัยทัศน์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป”

เดินหน้าสู่บทบาทกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังอนาคตดิจิทัลของประเทศไทยและภูมิภาค

กรุงเทพฯ, 30 มิถุนายน 2569 — เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเสมอ คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จากยุคอุตสาหกรรม ยุคพลังงานไฟฟ้า ยุคอินเทอร์เน็ต จนถึงยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Economy ทุกการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลก ล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงอยู่เบื้องหลัง ทั้งด้านพลังงาน การเชื่อมต่อ ข้อมูล และระบบดิจิทัล
กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ หรือ INTERLINK Group จึงประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Unveiling the Next Move of INTERLINK Group” หรือ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไปของ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ” เพื่อสะท้อนบทบาทของกลุ่มบริษัทในช่วงเวลาที่ประเทศไทย และภูมิภาคกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

Data Center, Cloud, AI, Energy Transition และ ASEAN Connectivity
การประกาศวิสัยทัศน์ครั้งนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนของ INTERLINK Group แต่เป็นการเปิดภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า สิ่งที่กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของประเทศอย่างไร ?

INTERLINK Group เชื่อว่า อนาคต ไม่ได้ เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีรากฐานที่แข็งแรงรองรับ เพราะจะไม่มี Data Center หากไม่มีพลังงาน, ไม่มี Cloud หากไม่มีการเชื่อมต่อ และ ไม่มี AI Economy หาก ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง

วันนี้ INTERLINK Group จึงไม่ใช่เพียงว่าองค์กรที่เคยเป็นอะไร ? แต่กำลังจะบอกว่าองค์กรไปทิศทางใด ? และจะใช้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และขีดความสามารถที่สั่งสมมายาวนาน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของประเทศไทยและภูมิภาคในยุคต่อไปอย่างไร ?

INTERLINK Group วางบทบาทของบริษัทในกลุ่มให้เชื่อมโยงกันเป็น “ระบบนิเวศด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Ecosystem” ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดจำหน่าย การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารโครงข่าย และบริการโครงสร้างพื้นฐาน รองรับ AI Infrastructure ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ILINK ทำหน้าที่เป็น Digital Infrastructure Distribution โดยมุ่งเน้นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมระบบสายสัญญาณ ระบบเครือข่าย Data Center, Enterprise, Commercial, Education, Hospital, Energy Management และ Global Connectivity

IPOWER ทำหน้าที่เป็น The Infrastructure Builder โดยมี บทบาทในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสื่อสาร ครอบคลุมงานสายส่งไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้า สายเคเบิลใต้น้ำ Smart Grid รวมถึงโอกาสด้าน EV และ Solar Energy

ITEL ทำหน้าที่เป็น The Infrastructure Operator โดยมุ่งเน้นการบริหารโครงข่าย Fiber Network, Data Center, International Gateway, Cross Border Connectivity, Regional Connectivity และ ASEAN Connectivity

เมื่อศักยภาพของทั้งสามบริษัทฯ เชื่อมโยงกัน INTERLINK Group จึงมีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การจัดหาเทคโนโลยี การก่อสร้างระบบ ไปจนถึงการบริหารและการให้บริการโครงข่าย

ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนใน Data Center, Cloud Region, Smart Industry, Renewable Energy, EEC และการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศในทศวรรษหน้า และ INTERLINK Group พร้อมเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานดังกล่าว

ภายใต้แนวคิด One INTERLINK, One Direction กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน ทั้งในด้านผู้บริหาร ธุรกิจหลัก กลยุทธ์ และการบริหารงานของบริษัทในกลุ่ม แม้ว่ารูปแบบการนำเสนองบการเงิน หรือ วิธีการ Consolidation จะมีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ก้าวต่อไปของ INTERLINK Group จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่คือ การเดินหน้าร่วมกันของทั้งกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอนาคตของประเทศ และภูมิภาค