• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home JMART มั่นใจปี 67 กำไร New High ผนึกกำลังดัน JMT-SUKI TEENOI สร้างกำไร
JMART มั่นใจปี 67 กำไร New High ผนึกกำลังดัน JMT-SUKI TEENOI สร้างกำไร

JMART มั่นใจปี 67 กำไร New High ผนึกกำลังดัน JMT-SUKI TEENOI สร้างกำไร

JMART พร้อมสร้างการเติบโตในปี 67 เดินหน้าสู่การทำ New High รอบใหม่ หลังผ่านปี 66 เร่งปรับกลยุทธ์ ดันผลงานฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังบริษัทในเครือสร้างฐานกำไรแข็งแกร่ง ชู JMT เป็นพระเอกในการเป็นฐานกำไรสำคัญของกลุ่ม ส่วน TEENOI เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง กำไรพุ่งกว่าเท่าตัว ด้านกระแสเงินสดในมือแน่นปึ้ก พร้อมในการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ของบริษัทและบริษัทย่อย ในปีนี้

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4/2566 พลิกทำกำไรต่อเนื่องอยู่ที่ 166 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการ Unrealized Loss จากราคาหุ้นจะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 276 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 13,743 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 447 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการ Unrealized Loss จากการ Mark to Market ของราคาหุ้น บริษัทจะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 396 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบปัญหาการตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทในกลุ่ม SINGER ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทได้ให้ความสำคัญในการปรับกลยุทธ์และแก้ปัญหาดังกล่าว และปัจจุบันได้ปรับตัวดีขึ้นแล้ว ทำให้ JMART มั่นใจเป้าหมายปี 2567 พร้อมเดินหน้าต่อตั้งเป้าหมายผลงาน New High ด้วยการผสานพลังบริษัทในกลุ่ม และส่งผลกำไรเชิงบวกกลับมาให้ที่ JMART โดยโครงสร้างของกลุ่มเน้นเรื่องคอมเมิร์ซ ไฟแนนซ์ และเทคโนโลยี

โดยในปีนี้ JMART ชู 3 กลยุทธ์หลัก ที่เป็น Key Message คือ (1) ตั้งเป้าหมายกำไรทำ New High จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทที่เป็นพระเอกในกลุ่มอย่าง JMT คาดทำนิวไฮทั้งในด้านการจัดเก็บกระแสเงินสดและกำไร (2) การเข้าไปลงทุนที่คุ้มค่าจากสุกี้ตี๋น้อย (TEENOI) ในสัดส่วนร้อยละ 30 สามารถสร้างผลกำไรกลับมาให้บริษัทอย่างน่าประทับใจ โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา สุกี้ตี๋น้อยมีกำไรสุทธิ 913 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นปี 66 มีสาขาจำนวนกว่า 55 สาขา โดยในปีที่ผ่านมาบุกต่างจังหวัดมากขึ้น ไปที่โคราช พัทยา และสมุทรปราการเรียบร้อยแล้ว และ (3) SINGER และ SGC ผลงานฟื้นตัวจากสถานการณ์ในปี 2566 ชัดเจน พร้อมสร้าง New S-Curve ใหม่ ด้วย the New Jaymart ที่เน้นด้าน Commerce Tech และ Fintech ควบคู่การบริหารจัดการภายในที่ดี ซึ่งมองว่าจะเป็นการสร้างฐานกำไรที่แข็งแรงในอนาคต

อย่างไรก็ดี ด้วยความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนในการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ของบริษัทและบริษัทย่อยได้ตามกำหนดภายในปีนี้ ด้วยกระแสเงินสดที่มีในปัจจุบัน