• ธปท. รายงานเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นในหลายหมวดสินค้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และปัญหา supply disruption ที่ทยอยคลี่คลาย ทั้งนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ
Home KTIS เปิดตัวหลอดชานอ้อยแบรนด์ cherr รับกระแสลดใช้พลาสติก ปี 65
KTIS เปิดตัวหลอดชานอ้อยแบรนด์ cherr รับกระแสลดใช้พลาสติก ปี 65

KTIS เปิดตัวหลอดชานอ้อยแบรนด์ cherr รับกระแสลดใช้พลาสติก ปี 65

กลุ่ม KTIS เปิดตัวแบรนด์ cherr BY KTIS บุกตลาดหลอดชานอ้อย 100% เชื่อมีศักยภาพในการเติบโตสูง จากการเข้าทดแทนหลอดพลาสติกที่จะเลิกใช้ภายในปี 2565 และสอดรับกับเทรนด์ของโลก ย้ำจุดเด่นผลิตจากเยื่อชานอ้อยของโรงงานในกลุ่ม KTIS ซึ่งได้รับมาตรฐานสากลทั้ง ISO9001, ISO14001, ISO22000, GMP/HACCP และ IPHA จึงเชื่อมั่นได้ในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ถูกสุขอนามัย ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และยังได้มาตรฐานการป้องกันการปนเปื้อนของโควิด – 19 ในสถานที่ประกอบการ กระบวนการผลิต และบุคลากรอีกด้วย ชี้หลอดชานอ้อยต่างจากหลอดกระดาษทั่วไป ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคและต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

 

 

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอแผนลด-เลิกผลิตขยะพลาสติก โดยประกาศห้ามใช้พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง 4 ชนิด คือ ถุงหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้ว และหลอดพลาสติก แบบ 100% ภายในปี 2565 นั้น จะส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ผลิตจากเยื่อชานอ้อยของกลุ่ม KTIS เช่น ภาชนะบรรจุอาหาร จาน ชาม กล่องข้าว ถาดอาหาร รวมไปถึงหลอดชานอ้อย ซึ่งผลิตจากเยื่อชานอ้อย 100% ปลอดภัยกับผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ภายใน 30-45 วัน

 

 

นายภูมิรัฐ หวังปรีดาเลิศกุล ผู้อำนวยการฝ่ายไร่ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการผลิตหลอดชานอ้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์ของโลก และเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม KTIS มาตั้งแต่รุ่นก่อตั้ง ตามนโยบาย Zero Waste ที่จะนำสิ่งเหลือใช้ในกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ทั้งหมด รวมถึงการนำเยื่อชานอ้อยมาผลิตเป็นหลอดชานอ้อยด้วย โดยในช่วงแรกๆ ของการผลิตและจำหน่ายหลอดชานอ้อยออกสู่ตลาดนั้นเป็นการขายไปยังผู้ประกอบการโดยตรงจึงยังไม่จำเป็นต้องมีแบรนด์ แต่ขณะนี้ได้ขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปด้วย จึงได้สร้างแบรนด์ cherr BY KTIS (เฌอ บาย เคทิส) ขึ้นมาเพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารกับผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ หลอดชานอ้อย cherr นี้ เป็นหลอดชานอ้อย 100% รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทย่อยของกลุ่ม KTIS คือ บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ สตรอว์ จำกัด (EPAS) มีกำลังการผลิตในช่วงเริ่มต้น 500,000 หลอดต่อวัน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกหากมีปริมาณความต้องการสูง

 

ด้านนายปัญญ์ ศิริวิริยะกุล วิศวกรบริหาร ในฐานะผู้อำนวยการร่วม โครงการผลิตหลอดชานอ้อย กล่าวว่า วัตถุดิบในการผลิตหลอดชานอ้อย มาจากโรงงานเยื่อกระดาษชานอ้อยของกลุ่ม KTIS ซึ่งมีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO9001, ISO14001, ISO22000 และ GMP/HACCP จึงเชื่อมั่นได้ในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ถูกสุขลักษณะอนามัยตามมาตรฐาน GMP และไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ตามมาตรฐาน HACCP นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรอง “IPHA” (Industrial and Production Hygiene Administration) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ออกโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานในการควบคุม ติดตาม และป้องกันการปนเปื้อนของโควิด-19 ในสถานที่ประกอบการ กระบวนการผลิต และบุคลากร อีกด้วย

 

 

"หลอดชานอ้อยต่างจากหลอดกระดาษทั่วไป ตรงที่ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายแม้จะแช่ในน้ำเป็นชั่วโมง ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน จึงปลอดภัย 100% สำหรับการบริโภค และการใช้ชานอ้อยจากกระบวนการหีบอ้อยของกลุ่ม KTIS ทำให้ช่วยลดการตัดไม้มาทำเยื่อกระดาษหรือหลอดกระดาษอีกด้วย หลอดชานอ้อยจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคและต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง" นายปัญญ์ กล่าว

ข่าวเกี่ยวข้อง