• SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ภาวะการเงินตึงตัวจะเริ่มส่งผลกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับสูงขึ้น *** จึงประเมินว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปีนี้เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปีหน้า (2025)
Home KX จับมือ HashKey Capital สร้างเส้นทาง สู่ Web3 Ecosystem ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
KX จับมือ HashKey Capital สร้างเส้นทาง สู่ Web3 Ecosystem ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

KX จับมือ HashKey Capital สร้างเส้นทาง สู่ Web3 Ecosystem ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

KX ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ HashKey Capital ผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนในฮ่องกง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของในการรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลและแวดวงสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนในประเทศ และเปิดโอกาสในการสนับสนุนสตาร์ทอัพอื่นๆ จากทั่วโลกให้เข้ามายังเครือข่ายของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดสามารถส่งเสริมนวัตกรรม Web3 ของสตาร์ทอัพระดับท้องถิ่นสู่ระดับโลก

นายธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์ Senior Venture Director บริษัท กสิกร เอกซ์ จำกัด (KX) เปิดเผยว่า หลัง KX ประกาศเปิดตัว KXVC กองทุนมูลค่าราว 3,500 ล้านบาท (100 ล้านดอลลาร์) เมื่อเดือนกันยายน 2566 ย้ำถึงความทุ่มเทต่อ Web3, Deep Tech และ AI Ecosystem ในขณะเดียวกัน HashKey Capital ผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนในฮ่องกง ก็ประสบความสำเร็จในการปิดกองทุน Fund III ด้วยการระดมทุนได้ถึง 17,500 ล้านบาท (500 ล้านดอลลาร์) จากสถาบันและนักลงทุนที่มีมุมมองทางนวัตกรรมทางการเงินที่หลากหลาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการเติบโตของ Web3 ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค

ล่าสุด KX ได้ประกาศความร่วมมือในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ HashKey Capital เพื่อยกระดับการพัฒนา Web3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการประสานศักยภาพของ HashKey Capital ที่มีความพร้อมด้านเงินลงทุนขนาดใหญ่ กับความสามารถของ KX ที่มีจุดแข็งด้านชื่อเสียงและเครือข่ายในวงการนักพัฒนาซอฟท์แวร์ และผู้ใช้งานกลุ่มธุรกิจและรายย่อยทั่วภูมิภาค โดยความร่วมมือดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การแสวงหาและลงทุนในสตาร์ทอัพและผู้ที่กำลังพัฒนาโครงการเทคโนโลยีในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนที่มีศักยภาพสูง และส่งเสริมให้โครงการเหล่านี้เข้าสู่ภาคธุรกิจในตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลกได้มากขึ้น รวมทั้งมุ่งหมายที่จะช่วยเปิดทางสู่ Web3 ชั้นนำระดับโลกและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้นด้วย เพื่อช่วยพัฒนา Web3 Ecosystem ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เติบโต

ด้านนาย Deng Chao, CEO ของ HashKey Capital และ Head of HashKey Singapore กล่าวเพิ่มเติมว่า HashKey Capital เข้าสู่โลก Web3 อย่างมีนัยสำคัญ โดยลงทุนในสตาร์ทอัพหลายแห่งที่กำลังขับเคลื่อนนวัตกรรมและความก้าวหน้าใน Web3 ในขณะเดียวกัน KX ก็มีพันธมิตรและเครือข่ายทั่วโลกที่คาดว่าการร่วมมือระหว่างกันจะขยาย Ecosystem และส่งเสริมนวัตกรรม Web3 ของสตาร์ทอัพในท้องถิ่น อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญในโลก Web3 เพื่อสร้างอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ KX ในการส่งเสริมนวัตกรรม Web3 Ecosystem และเร่งการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลและอุตสาหกรรมบล็อกเชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง โดยถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงพันธกิจอันแน่วแน่ของ KX ในการนำเสนอโปรเจกต์ระดับโลกสู่ตลาดท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ผลักดันสตาร์ทอัพระดับภูมิภาคสู่เวทีระดับโลกไปพร้อมๆ กัน