• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home LPH ผลงาน 9 เดือน กำไร 56 ล. รายได้ 1,606 ล. ปันผล 0.03 บาท
LPH ผลงาน 9 เดือน กำไร 56 ล. รายได้ 1,606 ล. ปันผล 0.03 บาท

LPH ผลงาน 9 เดือน กำไร 56 ล. รายได้ 1,606 ล. ปันผล 0.03 บาท

LPH เผยจำนวนผู้ป่วยกลับเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น ทั้งคนไข้ OPD และ IPD ขณะที่ เพิ่มกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคม คาดแตะ 2 แสนรายในต้นปี 2567 ด้านผลงานปี 2566 มั่นใจรายได้โต 20-25% จากปีก่อน ขณะที่คนไข้ต่างชาติ ตะวันออกกลาง กัมพูชา สนใจเข้ารับการรักษาเพิ่ม คาดสัดส่วนรายได้ปีนี้แตะ 120-150 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 100 ล้านบาท ล่าสุดประกาศผลงานในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ บุ๊กกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 56.88 ลบ. รายได้รวมอยู่ที่ 1,606.64 ลบ. เหตุสิ้นสุดภาวะการระบาดของโรค COVID-19 ขณะที่รายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC รวมถึงรายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต่อเนื่องยังคงเติบโต ด้านบอร์ดตอบแทนผู้ถือหุ้น อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.03 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 28 พ.ย. 2566 กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ธ.ค. 2566 นี้

ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/66 เชื่อว่ามีการเติบโตที่ดี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยปัจจุบันมีคนไข้ภายในประเทศกลับมาเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งคนไข้ภายนอก (OPD) และคนไข้ใน (IPD) โดยสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มผู้ป่วยจากประกันสังคม (สปส.) ราว 45% เเละกลุ่มผู้ป่วยเงินสดราว 55%

ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติทยอยกลับมาใช้บริการมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้จากตะวันออกกลาง รวมถึงคนไข้ประเทศกัมพูชา ซึ่งสนใจเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยประเมินรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในปี 2566 ไว้ที่ 120-150 ล้านบาท จากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 100 ล้านบาท เทียบกับฐานปกติ 80 ล้านบาทต่อปี

“จำนวนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้สัดส่วนผู้ป่วยเงินสดเพิ่มสูงขึ้นด้วย ปัจจุบันโรงพยาบาลมีสัดส่วนคนไข้ต่างประเทศรวมทั้งหมดไม่ถึง 5% โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี (2566-2568) จำนวนผู้ป่วยจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วนที่ 10%” ดร.อังกูร กล่าว

สำหรับการเติบโตในปี 2566 บริษัทมั่นใจว่ารายได้รวมเติบโต 20-25% จากปีก่อน จากปัจจัยที่คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจากต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง (อาหรับ) และประเทศกัมพูชา จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบันโรงพยาบาลมีฐานผู้ป่วยประกันสังคม ล่าสุดอยู่ที่กว่า 1.75 แสนราย ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 เเละบริษัทมีโควตาผู้ป่วยประกันสังคมรวมราว 2 แสนราย แนวโน้มการขยายธุรกิจย่านลาดพร้าวและใกล้เคียง รวมทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คาดว่าจะเพิ่มผู้ประกันตนครบ 2 แสนรายในช่วงต้นปี 2567 นี้ โดยจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นก็จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคตอีกช่องทางหนึ่ง และในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปิดศูนย์การแพทย์ประกันสังคมลาดพร้าวแห่งใหม่ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลเดิมด้วย เพื่อรองรับฐานผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น สามารถรับผู้ป่วยนอกวันละ 1,000-1,500 คน และเป็นศูนย์ตรวจสุขภาพประกันสังคม

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุน จากในช่วงที่ผ่านมา สปส. มีมติอนุมัติให้มีการปรับอัตราเหมาจ่ายรายปีขึ้นจาก 1,640 บาทต่อราย เป็น 1,808 บาทต่อราย ในการเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ และจะเริ่มรับรู้ผลจากเรื่องดังกล่าวเข้าเต็มไตรมาสตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2566 เป็นต้นไปด้วย

ด้านความคืบหน้าของการลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ที่ถนนลาดพร้าว โรงพยาบาลจักษุอินเตอร์ ลาดพร้าว มูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท และโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร มูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2568 และบริษัทมีการขยายลงทุน ศูนย์ตรวจสุขภาพนอกสถานที่ในต่างจังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา และโคราช เป็นต้น

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 56.88 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 79.89% มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,606.64 ล้านบาท ลดลง 13.70% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการสิ้นสุดภาวะการระบาดของโรค COVID-19 ในขณะที่รายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC รวมถึงรายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต่อเนื่องของทั้งบริษัทฯ และบริษัทย่อย ยังคงเติบโต 6.07% และ 28.86% ตามลำดับเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา ทางคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ครั้งที่ 2 ให้แก่ผู้ถือหุ้น สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 ก.ย. 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท ให้กับหุ้นสามัญของบริษัท ขึ้น XD วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 นี้