• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home LPN ปรับโครงสร้างองค์กร ตั้ง 'อภิชาติ เกษมกุลศิริ' CEO มีผล 1 ก.พ. 67
LPN ปรับโครงสร้างองค์กร ตั้ง 'อภิชาติ เกษมกุลศิริ' CEO มีผล 1 ก.พ. 67

LPN ปรับโครงสร้างองค์กร ตั้ง 'อภิชาติ เกษมกุลศิริ' CEO มีผล 1 ก.พ. 67

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ บอร์ดมีมติแต่งตั้ง นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) แทนนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ เนื่องจากเกษียณอายุ ซึ่งมีผลวันที่ 31 มกราคม 2567 โดยนายอภิชาติ เข้ามารับตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป ตามที่ได้มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ เป็นผู้บริหารที่เปี่ยมประสบการณ์และความรอบรู้ในหลากหลายธุรกิจ มีความเฉียบคมทางความคิดและมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการบริหารการเงิน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับสถาบันชั้นนำหลายแห่ง อาทิ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สาย Treasury and Banking Operations Group ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน), กรรมการบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ สินเอเชีย จำกัด และบริษัท ลีซซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท สามารถ ไอ–โมบาย จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ นายอภิชาติ เข้าร่วมงานกับ LPN ตั้งแต่ปี 2561 โดยดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยง และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในช่วงที่ผ่านมา โดยการเข้ารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ LPN จึงเป็นโอกาสและความท้าทายที่จะได้ผลักดัน และขับเคลื่อนองค์กรให้มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น พันธมิตร และนักลงทุน พร้อมทั้งการดูแลลูกค้าด้วยการพัฒนาความ “น่าอยู่” ในทุกมิติเพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นเจตนารมณ์และความภาคภูมิใจของ LPN ตลอดระยะการดำเนินธุรกิจมากว่า 3 ทศวรรษ

ภายใต้การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้สะท้อนภาพความมุ่งมั่นว่า LPN ในฐานะผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ มาตลอด 35 ปี ยังคงยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยในเมือง ที่บูรณาการอย่างครบถ้วน และครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นความท้าทายและก้าวย่างสำคัญของ LPN กับผู้นำทัพคนใหม่ ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนธุรกิจที่ได้วางไว้