• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home MASTEC ผนึก Honeywell หนุนรายได้แตะ 1,338 ล. เป้ากำไรสุทธิ 93 ล.
MASTEC ผนึก Honeywell หนุนรายได้แตะ 1,338 ล. เป้ากำไรสุทธิ 93 ล.

MASTEC ผนึก Honeywell หนุนรายได้แตะ 1,338 ล. เป้ากำไรสุทธิ 93 ล.

บมจ.แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC) เดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจวิศวกรรมครบวงจรผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก ล่าสุดลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Honeywell ผู้นำเทคโนโลยีและโซลูชันอาคารอัจฉริยะจากสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมพัฒนาและนำเสนอโซลูชันด้าน Integrated Building & Infrastructure Solutions ครอบคลุมระบบบริหารจัดการอาคารดิจิทัล ระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบบริหารพลังงาน และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการงานระบบวิศวกรรมแบบครบวงจร (One Stop Engineering Solutions) มุ่งสู่เป้ารายได้กำไรปี 2569 หวังรายได้ทะลุเป้า 1,338 ล้านบาท กำไรแตะ 100 ล้านบาท เชื่อครึ่งปีหลังผลประกอบการดีต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้จากแบ็กล็อกประมาณ 500 ล้านบาท

นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC) เปิดเผยว่า บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC ประกาศความร่วมมือกับ Honeywell ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกด้านระบบบริหารและควบคุมอาคารอัจฉริยะ (Building Management System : BMS) เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาอาคารยุคใหม่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความปลอดภัย และความยั่งยืน โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอโซลูชันด้าน Smart Building และ Energy Management ที่ครอบคลุมแก่กลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ทั้งอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงแรม ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่ง MASTEC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและโซลูชันเพื่อการประหยัดพลังงาน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก Honeywell มาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อาคารอัจฉริยะ ตอบโจทย์แนวโน้มการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรมในอนาคต

ทั้งนี้ Honeywell เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการอาคาร ระบบควบคุมพลังงาน ระบบความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยให้ MASTEC สามารถนำเสนอโซลูชันที่มีความครบวงจรและมีมาตรฐานระดับสากล รองรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายษมิทธิ์ ศิลตระกูล BA Country Director, Thailand บริษัท ฮันนี่เวลล์ ซิสเต็มส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า Honeywell มีความพร้อมในการสนับสนุน MASTEC ในฐานะพันธมิตร ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดอาคารอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับการนำเสนอโซลูชันด้าน Building Automation และ Energy Management ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยผสานเทคโนโลยีของ Honeywell เข้ากับความเชี่ยวชาญของ MASTEC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคารและรองรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

สำหรับ Honeywell กลุ่มบริษัทข้ามชาติระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ดำเนินธุรกิจผลิต พัฒนา และจัดจำหน่ายโซลูชันทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีอากาศยาน, เทคโนโลยีสำหรับอาคาร และเทคโนโลยีวัสดุประสิทธิภาพสูง โดย Honeywell มีความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการอาคารและระบบควบคุมพลังงาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโซลูชันด้าน Building Automation ในระดับสากล

นายดุษฎี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ จะเติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก จากการเร่งส่งมอบงานและการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ที่ 1,338 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท พร้อมเชื่อมั่นว่าการเสริมทัพด้วยพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว และผลักดัน MASTEC สู่การเป็นผู้นำด้านงานระบบวิศวกรรมครบวงจรของประเทศ โดยความร่วมมือกับ Honeywell จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจของ MASTEC เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างโอกาสรับงานโครงการมูลค่าสูงในอนาคต ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในระยะต่อไป MASTEC มองว่าการลงทุนด้าน Data Center ภายในประเทศยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการย้ายฐานการลงทุนของผู้ประกอบการเทคโนโลยีและผู้ให้บริการดิจิทัลระดับโลกเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับกระแสการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานสะอาด ส่งผลให้ความต้องการงานระบบวิศวกรรม อาคารอัจฉริยะ ระบบปรับอากาศ และโซลูชันด้านพลังงานมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง