• ‘ทีเอ็มบี’รายงานกำไร 9 เดือน ปี 2563 ที่ 8,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน สำหรับไตรมาส 3 ตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นแม้หนี้เสียยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.33% —— ‘ธนาคารกรุงเทพ’ และบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนของปี 2563 จำนวน 14,783 ล้านบาท ซึ่งได้รวมผลประกอบการของธนาคารเพอร์มาตา ตั้งแต่วันที่ธนาคารเข้าถือหุ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 —- ‘ธนาคารไทยพาณิชย์’ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) ในไตรมาส 3 ของปี 2563 จำนวน 4,641 ล้านบาท ลดลง 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการตั้งเงินสำรองปกติที่สูงขึ้น สำหรับเก้าเดือนแรกของปี 2563 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 22,252 ล้านบาท ลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
Home MICRO ปิดจองไอพีโอ กระแสตอบรับเยี่ยม ดีเดย์เทรด SET 1 ต.ค. 
MICRO ปิดจองไอพีโอ กระแสตอบรับเยี่ยม ดีเดย์เทรด SET 1 ต.ค. 

MICRO ปิดจองไอพีโอ กระแสตอบรับเยี่ยม ดีเดย์เทรด SET 1 ต.ค. 

“ไมโครลิสซิ่ง” หรือ MICRO ปลื้มผลตอบรับไอพีโอ 235 ล้านหุ้น กำหนดราคาขายไอพีโอไว้ที่ 2.65 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อในช่วงผ่านมา กระแสตอบรับจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจจองซื้อหมดเกลี้ยงทั้งจำนวน ตอกย้ำความเชื่อมั่นล้นหลาม พร้อมเทรด SET 1 ตุลาคมนี้ เป็นหุ้นสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองที่มีอัตรากำไรเด่น

 

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO เปิดเผยว่า บริษัทฯ เปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 235 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาทต่อหุ้น กำหนดราคาไอพีโอ 2.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E (Pre-Dilution) ประมาณ 14.0 เท่า ถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานบริษัทฯ และศักยภาพการเติบโต สนับสนุนให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเต็มจำนวน โดยคาดว่า MICRO จะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในกลุ่มธุรกิจการเงิน

 

โดย MICRO กำหนดวันเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 21 – 23 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ MICRO จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

 

“ผลตอบรับในการเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอของ MICRO ในครั้งนี้ นักลงทุนให้การตอบรับอย่างอบอุ่น มีความต้องการซื้อหุ้นเข้ามาเต็มทั้งจำนวนที่เสนอขาย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อหุ้น MICRO ในฐานะผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ประกอบกับ การตั้งราคาไอพีโอที่ 2.65 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ เป็นธุรกิจที่กำลังขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คู่แข่งทางตรงน้อยราย และมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ จึงเชื่อว่า MICRO จะเป็นอีกหุ้นเด่นพื้นฐานดีที่นักลงทุนจับตามอง" นายรัชต์ กล่าว

 

นายวินิตย์ ปิยะเมธาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนให้การตอบรับในวันจองซื้อหุ้นไอพีโอของบริษัทฯ สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจ โดยวางเป้าหมาย MICRO เป็นหุ้น Growth Stock ที่มีการเติบโตที่ดี จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ และธุรกิจของ MICRO มีความสามารถในการทำกำไรในระดับสูง ประกอบกับ นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายกำหนด

 

โดย MICRO มีแผนจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2564 – 2565 คาดจะมี 16 สาขา และ 20 สาขา จากปี 2563 มี 12 สาขา เพื่อรองรับเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโตแตะ 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 ตั้งเป้าหมายรักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี ด้านผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 รายได้รวมอยู่ที่ 202.5 ล้านบาท เติบโต 37.1% กำไรสุทธิ 62.5 ล้านบาท เติบโต 52.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน พร้อมกับการคุม NPL ในระดับต่ำไม่ถึง 3%

 

ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวน 620 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจำนวน 460 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 150 ล้านบาท และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 10 ล้านบาท

ข่าวเกี่ยวข้อง