• KKP Research มองในภาวะที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงและการคาดการณ์เศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น ทำให้ยังต้องจับตามองความเสี่ยงของการระบาดของโควิดแบบรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว การขนส่ง และการค้าเป็นหลัก ในกรณีเลวร้ายที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถกลับเข้ามาได้ตลอดทั้งปี ประเมินว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่ำกว่า 2% จากการคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.9% *** EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยมูลค่าส่งออกในปี 2021 ขยายตัวที่ 17.1% โดยมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจการค้าโลก และการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการขยายตัวในตลาดจีนและอินเดีย และในกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติก ….คาดส่งออกไทยในปี 2022 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตที่ 3.4%
Home NCL ปี 65 รุกหนักธุรกิจโลจิสติกส์เปิดรับธุรกิจใหม่หนุนผลงานโตแกร่ง
NCL ปี 65 รุกหนักธุรกิจโลจิสติกส์เปิดรับธุรกิจใหม่หนุนผลงานโตแกร่ง

NCL ปี 65 รุกหนักธุรกิจโลจิสติกส์เปิดรับธุรกิจใหม่หนุนผลงานโตแกร่ง

บมจ.เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ (NCL) กางแผนปี 65 ใส่เกียร์เดินหน้าขยายธุรกิจโลจิสติกส์ มีทั้งเพิ่มเส้นทางขนส่ง เพิ่มปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ และลุยธุรกิจ Fulfillment center พร้อมเปิดทางรับธุรกิจใหม่ สร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคต ฟากเอ็มดี “พงษ์เทพ วิชัยกุล” ระบุปีนี้ธุรกิจขนส่งยังแข็งแกร่งตามความต้องการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง ยังไม่คลี่คลาย ประเมินค่าระวางเรือเตรียมสร้างฐานราคาใหม่ในไตรมาส 2/65 ทำให้มั่นใจปีนี้ทำผลงานโตได้ต่อเนื่อง

 

นายพงษ์เทพ วิชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (NCL) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทฯยังมุ่งเน้นขยายธุรกิจหลัก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการขนส่งโลจิสติกส์ที่เปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเส้นทางการขนส่งไปยังท่าเรือต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับลูกค้าขนส่งระหว่างประเทศ เพิ่มปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ และการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกันยังได้ต่อยอดธุรกิจโกดังสินค้า และเพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามาคือ ธุรกิจขนส่งทางบกให้บริการ Fulfillment center หรือศูนย์รวมสินค้าที่ทำหน้าที่ในการรับสินค้าจากธุรกิจที่ใช้บริการเข้ามาจัดเก็บไว้และการจัดส่งสินค้าให้กับธุรกิจอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาการเป็นพันธมิตรกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบจัดการสินค้าในโกดังเก็บสินค้า คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส1/2565

 

รวมทั้งยังได้เข้าลงทุนในธุรกิจดิจิทัลที่เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานรายได้สม่ำเสมอ และในส่วนของ NCL ยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคง จึงทำให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2565 จะเติบโตไม่น้อยกว่าปี 2564 ซึ่งในงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกำไรสุทธิ 79.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 507.91% จากงวดเดียวกันปีก่อน

 

กรรมการผู้จัดการ กล่าวอีกว่าการที่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีการเปลี่ยนไปมาก จากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทำให้บริษัทฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจขนส่ง ทั้งปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือค่าระวางเรือที่คาดว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ในไตรมาส 2/2565 ซึ่งคาดว่าปีนี้ปริมาณความต้องการขนส่งสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่ง และพื้นที่บนเรือขนส่งที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้เชื่อว่าปริมาณลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการของ NCL เพิ่มมากขึ้น

 

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้หลักปีนี้ยังคงมาจากการให้บริการขนส่งทางทะเลมากกว่า 70% และคาดว่าจะเห็นการเติบโตของรายได้จากธุรกิจใหม่ Fulfillment center อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนรายได้จาก Non-logistics ยังเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมขนส่งที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอัตรากำไรต่อรายได้ที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจดิจิทัล จึงคาดว่าสัดส่วนกำไรของ Non logistics จะอยู่ที่ประมาณ 20-25% ของกำไรทั้งหมด

 

“บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้ให้บริการ Logistics แบบครบวงจรและไม่ปิดกั้นการเข้าศึกษาธุรกิจใหม่ๆ ที่พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู้ค้า และพนักงานอย่างยั่งยืน ดังนั้นภาพธุรกิจของ NCL ต่อจากนี้จะออกจากกรอบการดำเนินงานแบบเดิม โดยจะพัฒนารูปแบบการดำเนินงานและบริการในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้รวดเร็ว แม่นยำมากยิ่งขึ้น พร้อมใช้ความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในการพัฒนาบริการใหม่ที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในสภาวะอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”นายพงษ์เทพ กล่าวในที่สุด

ข่าวเกี่ยวข้อง