• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์ พ.ค. 69 แตะ 2.38 พันล้านรายการ มูลค่า 4.45 ล้านล.
NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์ พ.ค. 69 แตะ 2.38 พันล้านรายการ มูลค่า 4.45 ล้านล.

NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์ พ.ค. 69 แตะ 2.38 พันล้านรายการ มูลค่า 4.45 ล้านล.

NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เดือนพฤษภาคม 2569 แตะ 2.38 พันล้านรายการ มูลค่ารวม 4.45 ล้านล้านบาท ขณะที่ Cross-Border QR Payment โต 382% รับแรงหนุนการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายข้ามพรมแดน
 
บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าระบบพร้อมเพย์ยังคงมีการใช้งานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่รองรับการใช้จ่าย การโอนเงิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
 


 

ปริมาณธุรกรรมเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.38 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% (YoY) ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (YoY) การเติบโตของทั้งปริมาณและมูลค่าธุรกรรม สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ยังคงเป็นช่องทางการชำระเงินหลักของคนไทย ทั้งในด้านการโอนเงินระหว่างบุคคล การชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินในภาคธุรกิจที่ดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
 
ยอดลงทะเบียนเพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนการเข้าถึงบริการดิจิทัลในวงกว้าง
ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ยอดการลงทะเบียนพร้อมเพย์รวมอยู่ที่ 82.91 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น

• ภาคประชาชน: 82.50 ล้านเลขหมาย

• ภาคธุรกิจ: 0.41 ล้านเลขหมาย

จำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้งานในทุกระดับ ทั้งประชาชนทั่วไป ร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจ ที่ต่างเลือกใช้ระบบพร้อมเพย์เป็นช่องทางหลักในการรับและชำระเงินแบบเรียลไทม์
 
ธุรกรรมสูงสุดในวันแรงงาน สะท้อนการใช้จ่ายและการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจช่วงต้นเดือน

วันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนอยู่ที่ 68.51 ล้านรายการ โดยเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติและเป็นช่วงต้นเดือน สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลังรอบเงินเดือน การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของพร้อมเพย์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงภาคบริการ การค้าปลีก และภาคธุรกิจ โดยยังคงสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างมีเสถียรภาพ
 
Cross-Border QR Payment เติบโตโดดเด่น รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บริการ Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่าธุรกรรมรวม 1,516.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 382% (YoY) สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่ายผ่าน QR Code ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย
 


ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมขาเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. จีน – 911.66 ล้านบาท

2. มาเลเซีย – 318.46 ล้านบาท

3. ลาว – 112.98 ล้านบาท
 
จีนยังคงครองอันดับ 1 ด้านมูลค่าธุรกรรมขาเข้าอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม สะท้อนความสำเร็จของความร่วมมือด้านระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันการชำระเงินจากประเทศของตนเอง สแกน Thai QR Payment เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้โดยตรง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกรรมในเดือนพฤษภาคม คือช่วงวันหยุดยาว Labor Day Holiday ของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1–5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูงของปี ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น และสะท้อนผ่านมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน Cross-Border QR Payment ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น

ขณะเดียวกัน การเติบโตของมาเลเซียและลาว ยังสะท้อนบทบาทของระบบ Cross-Border QR Payment ในการสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายข้ามพรมแดนและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
 
ภาพรวมการใช้งานพร้อมเพย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การดำเนินธุรกิจ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยยังคงมีเสถียรภาพและรองรับธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
 
NITMX ยังคงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และรองรับการเติบโตของธุรกรรมในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างยั่งยืน

สามารถติดตามข้อมูลการใช้งานพร้อมเพย์ในประเทศต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านทาง https://www.bot.or.th/th/financial-innovation/digital-finance/digital-payment/cross-border-payment.html#connectivites-item-cad0596d91