• SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ไว้ตลอดปี 2024 มองว่า กนง. จะพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปข้างหน้าในระยะปานกลางถึงระยะยาว (Forward looking) มากกว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว (Backward looking) หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในระยะต่อไปยังเป็นไปตามที่ SCB EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องใกล้เคียงระดับศักยภาพที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะทยอยปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3%
Home OR จับมือ กทพ. ศึกษาแนวทางต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์อสังหาฯ การทางพิเศษ
OR จับมือ กทพ. ศึกษาแนวทางต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์อสังหาฯ การทางพิเศษ

OR จับมือ กทพ. ศึกษาแนวทางต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์อสังหาฯ การทางพิเศษ

นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษ (กทพ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการศึกษาแนวทางการลงทุนเพื่อร่วมกันพัฒนาและประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ภายในอสังหาริมทรัพย์ของการทางพิเศษ ณ หอประชุม 0101 ชั้น 1 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม

นายดิษทัต เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการร่วมกันศึกษาและพัฒนาแนวทางการลงทุน การประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ภายในอสังหาริมทรัพย์ของการทางพิเศษ โดย OR พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการประกอบธุรกิจภายในพื้นที่ศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ร่วมกัน นอกจากนี้ OR ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้าง New S-Curve เพื่อมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและต่อยอดธุรกิจให้หลากหลาย ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสพัฒนาธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle โดยเน้นการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกที่ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการพัฒนากลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

 


นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ ระหว่าง กทพ. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ในวันนี้ เป็นการร่วมกันพัฒนา และประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมถึงร่วมมือ สนับสนุน และแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อแสวงหาโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอื่น ๆ จากทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้การศึกษาดังกล่าวสามารถพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์และความเป็นไปได้ ในการใช้งานจริงในพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ของ กทพ. ตามที่คณะทำงานของทั้งสองฝ่ายจะกำหนดร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอื่น ๆ จากทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย เผยแพร่ความร่วมมือดำเนินงานสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ในอนาคตต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับแนวทางเพื่อการบรรลุอนาคตที่ยั่งยืนในแบบฉบับของ OR (OR SDG) โดยเฉพาะในด้าน “D” หรือ “DIVERSIFIED” ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในทุกรูปแบบผ่านแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ของ OR ที่มีศักยภาพ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 อย่างมีประสิทธิภาพ นายดิษทัต กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้าย