• นิด้า ระบุปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ที่เปลี่ยนแปลงจากผลกระทบของโรคไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกชะลอตัว และต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเหมือนช่วงก่อน COVID-19 ทำให้ไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยว ยังต้องเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อไป โดยคาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้จะหดตัวถึง 8-10%
Home PPPM เปิดกลยุทธ์ดันยอดขายเติบโต 20% รุกตลาดใหม่ เจาะภูมิภาค
PPPM เปิดกลยุทธ์ดันยอดขายเติบโต 20% รุกตลาดใหม่ เจาะภูมิภาค

PPPM เปิดกลยุทธ์ดันยอดขายเติบโต 20% รุกตลาดใหม่ เจาะภูมิภาค

PPPM เปิด 3 กลยุทธ์ดันยอดขายเติบโต 20% รุกตลาดใหม่-เพิ่มสูตรอาหารสัตว์-เจาะภูมิภาค  รับอานิสงส์บาทแข็ง กดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ-คุมใช้จ่าย หวังหั่นต้นทุนหด 5% มั่นใจดันยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ปี 63 นี้ โต 20% ผลประกอบการพลิกเป็นบวก

 

PPPM เปิด 3 กลยุทธ์สำคัญ “บุกตลาดใหม่-คิดค้นสูตรอาหารสัตว์-วางยุทธศาสตร์ทุกภูมิภาค” หวังดันยอดขายโต 20% เพื่อฝ่าด่านความผันผวนสถานการณ์โลก และความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจ จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอ พร้อมได้รับอานิสงส์เงินบาทแข็ง ช่วยลดต้นทุนนำเข้า วัตถุดิบหลัก ประกอบกับคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลง 5% ตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้งบพลิกเป็นบวก จากปี 62 ยอมรับยังบาดเจ็บจากการตั้งสำรองการลงทุนก่อนหน้า แต่เป็นตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น

 

นายวรุณ อัตถากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด(มหาชน) หรือ PPPM เปิดเผยว่า บริษัทฯ เล็งเห็นว่าในปี 2563 ภาพการขยายตัวเศรษฐกิจในประเทศ จะยังคงชะลอตัว ขณะที่ระดับโลกเกิดความขัดแย้งจนอาจก่อให้เกิดสงครามและสงครามการค้า นำมาซึ่งแนวโน้มความเสี่ยง ความผันผวนในการดำเนินธุรกิจและการส่งออก

 

แต่ทั้งนี้ธุรกิจหลักของบริษัทฯ คือการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ภายในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค ทำให้เป็นกลุ่มท้าย ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ดังจะเห็นได้ว่าในปี 2562 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ ราว 2,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 10% จากปีก่อนหน้า 

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ 3 ประการ เพื่อรักษาระดับการเติบโตให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อดันยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ปีนี้ โต 20% คือ 1.การบุกตลาดใหม่ 2.การคิดค้นสูตรอาหารสัตว์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และ 3.การวางยุทธศาสตร์เรื่องพื้นที่การขายให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค

 

ในจังหวะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการควบคุมต้นทุนการผลิต รวมถึงผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ในช่วง 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ต้นทุนในการนำเข้าวัตถุดิบหลัก เพื่อผลิตอาหารสัตว์ โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองลดลง คาดการณ์ต้นทุนโดยรวมจะลดลงได้อีก 5% 

 

“ในปี 2562 ยอดขายจากธุรกิจอาหารสัตว์ของบริษัทฯ ยังมีอัตราเติบโต พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจหลัก และพื้นฐานอันแข็งแกร่ง และในปี 2563 นี้ บริษัทฯ คาดหวังว่าผลของการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจข้างต้น สามารถผลักดันการเติบโตในด้านยอดขาย พร้อมไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิต โดยจะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯ พลิกกลับมาเป็นบวก จากปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ยอมรับว่ายังคงรับรู้ผลกระทบจากการเข้าไปลงทุนในประเทศญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองไว้ แต่เป็นเพียงการบันทึกทางบัญชีเท่านั้นไม่ได้มีผลกระทบในด้านเงินสด เพราะในท้ายที่สุดเมื่อทิศทางการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปีนี้ จะส่งผลให้เงินสำรองดังกล่าว แปลงกลับมาเป็นรายได้ให้กับบริษัทฯ ทันที” นายวรุณ กล่าว

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PPPM กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ ในปีนี้ จะมีทิศทางเป็นบวก และจะเป็นปีที่พื้นฐานของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานทางด้านหนี้สิน ทรัพย์สิน รวมไปถึงการดำเนินงานภายในของบริษัทฯ เองด้วย

ข่าวเกี่ยวข้อง