• SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ภาวะการเงินตึงตัวจะเริ่มส่งผลกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับสูงขึ้น *** จึงประเมินว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปีนี้เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปีหน้า (2025)
Home PROUD เตรียมย้ายเข้า SET หลังเทิร์นอะราวด์เต็มตัว
PROUD เตรียมย้ายเข้า SET หลังเทิร์นอะราวด์เต็มตัว

PROUD เตรียมย้ายเข้า SET หลังเทิร์นอะราวด์เต็มตัว

เผยทิศทาง Q3/66 สัญญาณดี เดินหน้าขยายพอร์ตเป็นบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่

PROUD เตรียมยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขอย้ายหลักทรัพย์จาก mai ไป SET หลังผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง และคุณสมบัติได้ตามเกณฑ์ เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2566 แนวโน้มดี กำลังซื้อต่างชาติแห่ลงทุน หนุนยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมเวหา หัวหิน และ โครงการนิว ดิสทริค อาร์ 9 ที่มียอดพรีเซลแล้ว 90% ครึ่งปีหลัง 66 เดินหน้าตามแผน เร่งโอนกรรมสิทธิ์เตรียมปิดโครงการอินเตอร์คอนฯ หัวหิน มุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาด พร้อมรุกกลุ่มลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น เล็งซื้อที่ดินศักยภาพทำเลใหม่ รองรับการพัฒนาโครงการแนวราบ-แนวสูงเพิ่ม ขยายพอร์ตธุรกิจ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในปี 2570 ขณะที่ ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 กวาดรายได้ 1,192 ล้านบาท โต 983%

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอย้ายหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไปจดทะเบียนยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังผลการดำเนินงานมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดฯ โดยปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

สำหรับแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 3/2566 แนวโน้มเติบโตดี ปัจจัยบวกกำลังซื้อต่างชาติ หนุนความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่ม ส่งผลดีต่อ โครงการคอนโดมิเนียม ‘เวหา หัวหิน’ (VEHHA) คอนโดมิเนียมลักชัวรีที่สูงที่สุดบนทำเลศักยภาพในหัวหิน มูลค่าโครงการ 2,290 ล้านบาท ปัจจุบัน มียอดขาย (Pre-Sale) แล้ว 37% ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ต้องการที่พักเพื่ออาศัยและลงทุน กว่า 50% ส่วนโครงการ นิว ดิสทริค อาร์9 (NUE District R9 ) มูลค่าโครงการ 6,519 ล้านบาท มีกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ที่เพิ่งจะปิดดีลโควตาต่างชาติ Big Lot 500 ล้านบาท ดันยอดขาย โครงการ NUE District R9 ทะลุ 90%

อย่างไรก็ตาม ช่วงต่อจากนี้ บริษัทเดินหน้าตามแผนธุรกิจ เร่งโอนกรรมสิทธิ์ เตรียมปิดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ขณะที่โครงการ ‘รมย์ คอนแวนต์’ (ROMM Convent) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ใจกลางเมือง บนทำเลศักยภาพที่หาได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนคอนแวนต์ - สาทร มูลค่าโครงการรวม 4,150 ล้านบาท ปัจจุบัน มียอดขาย (Pre-Sale) แล้ว 34% และ โครงการวี อารีย์ (VI ARI) บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี ใจกลางอารีย์ ซอย 3 มูลค่าโครงการรวม 495 ล้านบาท พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาด จัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเน้นจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย กระตุ้นความสนใจและการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ผลักดันยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และโครงการนิว ครอส คูคต สเตชัน (NUE Cross Khu Khot) มูลค่าโครงการ 2,105 ล้านบาท มียอดขาย (Pre-Sale) แล้ว 100% คาดว่าเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ในต้นปี 2567 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ วางแผนซื้อที่ดินทำเลศักยภาพใหม่ ๆ ควบคู่กับการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า เพื่อพัฒนาโครงการแนวราบ-แนวสูงในอนาคต มุ่งเน้นกลยุทธ์การออกแบบที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อขยายพอร์ตโครงสร้างธุรกิจกว้างขึ้น พร้อมเดินหน้าต่อยอดทำการตลาดและการขายในต่างประเทศ สำหรับโครงการเวหา หัวหิน และ โครงการรมย์คอนแวนต์ เจาะกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่มีศักยภาพ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และอื่น ๆ ช่วยสร้างการเติบโตก้าวสู่การเป็นบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ ต่อไป

ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ Backlog) 10,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงปี 2569 สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 รายได้รวม 1,192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,082 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 110 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 983% และมีกำไรสุทธิ 147 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 58 ล้านบาท

ขณะที่ ผลประกอบการไตรมาส 2/66 มีรายได้รวม 288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 110 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 162% และมีกำไรสุทธิ 9 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท