SCB 10X ชี้ Digital Assets-Web3 ก้าวสู่ยุคใช้งานจริง เผย 5 เทรนด์สำคัญจากงาน REDeFiNE TOMORROW 2026 ที่กำลังกำหนดอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล Web3
กรุงเทพฯ, 1 กรกฎาคม 2569 – เอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) ประกาศความสำเร็จในการจัดงาน “REDeFiNE TOMORROW 2026” งานสัมมนาออนไลน์ประจำปีด้าน Digital Assets และ Web3 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยร่วมกับ Bloomberg สำนักข่าวและผู้ให้บริการข้อมูลธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลก ระหว่างวันที่ 4–5 มิถุนายน 2569
โดยงานในปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนกว่า 8,000 คน มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายใต้หัวข้อหลัก “The Maturity of Digital Assets & Web3” พร้อมด้วยวิทยากรและผู้ดำเนินรายการชั้นนำกว่า 55 คน จาก 29 หัวข้อ ตอกย้ำบทบาทของ SCB 10X ในฐานะบริษัท Venture Capital และผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศชั้นนำด้าน Digital Assets, Blockchain และ Web3
นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) และ Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) กล่าวว่า "ในฐานะหนึ่งในสถาบันที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรม Digital Assets และ Web3 ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น SCB 10X ได้ใช้เวลากว่าทศวรรษในการสั่งสมความเชี่ยวชาญในระบบนิเวศนี้อย่างต่อเนื่อง งาน REDeFiNE TOMORROW 2026 สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงในวงกว้าง ผ่านการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยมูลค่าสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชน (Real-World Assets: RWA) มีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินลงทุนในบริษัทด้าน Digital Assets และ Blockchain ยังคงไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว"
5 ประเด็นสำคัญจาก REDeFiNE TOMORROW 2026
ตลอดสองวันของการจัดงาน วิทยากรจากทั่วโลกได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม โดย Digital Assets และ Web3 กำลังถูกประเมินคุณค่าจากการใช้งานจริง ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และการยอมรับจากสถาบัน มากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
1. Stablecoins กำลังก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลกดิจิทัล
ผู้บริหารจาก Circle, Visa, Ripple และ M0 ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองว่า Stablecoins กำลังถูกนำไปใช้งานมากขึ้นในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารสภาพคล่อง การจัดการเงินทุนองค์กร และการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยปัจจุบันมูลค่ารวมของ Stablecoins ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีปริมาณธุรกรรมต่อปีเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินยุคใหม่
2. Tokenization กำลังก้าวจากการออกสินทรัพย์ดิจิทัล สู่การสร้างประโยชน์ใช้งานจริง
หนึ่งในหัวข้อสำคัญของงานคือการนำเสนอถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงให้อยู่บนบล็อกเชน (Real-World Assets: RWA) โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถูก Tokenized ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วในปัจจุบัน ผู้บริหารหลายท่าน ทั้งจาก BlackRock, Sygnum, Superstate และ QCP Capital มีความเห็นตรงกันว่าคลื่นการเติบโตระลอกถัดไปจะไม่ได้วัดจากจำนวนสินทรัพย์ที่ถูกนำมาทำ Tokenization เท่านั้น แต่จะวัดจากความสามารถในการนำไปใช้งานจริง ทั้งด้านการชำระเงิน การใช้เป็นหลักประกัน การดูแลสินทรัพย์ และการเชื่อมต่อกับระบบการเงินดั้งเดิม
3. AI และ Blockchain กำลังบรรจบกันเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่
วิทยากรในหลายหัวข้อภายในงานยังได้พูดถึงบทบาทของ Blockchain ในการแก้ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูล การระบุต้นทางของข้อมูล (Attribution) ความน่าเชื่อถือ และการชำระเงินอัตโนมัติ โดยเมื่อ AI Agents มีความสามารถในการตัดสินใจและดำเนินธุรกรรมได้ด้วยตนเองมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ตรวจสอบได้และตั้งเงื่อนไขได้ผ่านโปรแกรม (Programmable Economy) จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคถัดไป
4. สถาบันการเงินกำลังเปลี่ยนจากการทดลองสู่การนำไปใช้งานจริง
การสนทนาภายในงานในหลายหัวข้อยังสะท้อนให้เห็นว่าโจทย์ของสถาบันการเงินนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่า “องค์กรควรเข้ามาในตลาด Digital Assets หรือไม่” อีกต่อไป แต่เป็น “จะสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้งานในระดับองค์กรได้อย่างไร” ผ่านการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรให้พร้อมรองรับการดำเนินงานในระยะยาว
5. ความชัดเจนด้านกฎระเบียบกำลังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม
.jpg)
ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและกฎระเบียบจากหลายประเทศในเอเชียมีความเห็นตรงกันว่า กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และสถาบันการเงิน ช่วยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมควบคู่ไปกับการคุ้มครองผู้ใช้งาน และกำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว ในงานครั้งนี้ วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของประเทศไทย ได้สะท้อนวิสัยทัศน์ต่อการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความพร้อมและยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมให้หลักทรัพย์ดิจิทัล (Tokenized Securities) กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล และผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล สามารถเติบโตควบคู่ไปกับตลาดทุนในวงกว้าง ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การคุ้มครองผู้ลงทุน และการสนับสนุนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ (ข้อมูลเพิ่มเติมภารกิจ ก.ล.ต. บนเส้นทางการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล: https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2569/250269.pdf)
REDeFiNE TOMORROW จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2563 โดย SCB 10X เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความร่วมมือ และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเงินและนวัตกรรมระดับโลก ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา งาน REDeFiNE TOMORROW ได้นำวิทยากรชั้นนำหลายร้อยคน และผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ Digital Assets และ Web3
ผู้ที่พลาดการรับชมงานแบบสดสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube Playlist ของ SCB 10X:
https://www.youtube.com/watch?v=iQrLp-481PM&list=PLJCrobWNqQvsuUikHX-4M9PEUpL5uxikm
ติดตามบทวิเคราะห์ เนื้อหา และบทความล่าสุดจาก SCB 10X ได้ที่: https://linktr.ee/scb10X


