• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home SCB WEALTH ชู Go Global หนุนการลงทุนในต่างประเท แบบ Offshore
SCB WEALTH ชู Go Global หนุนการลงทุนในต่างประเท แบบ Offshore

SCB WEALTH ชู Go Global หนุนการลงทุนในต่างประเท แบบ Offshore

SCB WEALTH ชู Go Global หนุนการลงทุนในต่างประเท แบบ Offshore นำร่องกองทุนรวมต่างประเทศ - หุ้นกู้อนุพันธ์แฝง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

 
SCB WEALTH เดินหน้ากลยุทธ์ Go Global ขยายโอกาสให้ลูกค้า Wealth ลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ แบบOffshore ผ่านตัวกลาง เพื่อเข้าถึงการลงทุนระดับโลกได้สะดวกขึ้น ประเดิมให้บริการครอบคลุม 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่มีผู้ออกตราสาร เป็นสถาบันการเงินต่างประเทศ (Offshore Structured Note) และการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ ที่จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนระดับโลก (Offshore Fund) ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์  ดอกเบี้ย  และเงินเฟ้อ  พร้อมชูการจัดพอร์ตลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงธีมการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี และAI ตอบโจทย์การบริหารความมั่งคั่งให้สอดคล้องกับโครงสร้างสินทรัพย์โลกในระยะยาว 

 
นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้แก่ลูกค้า WEALTH อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลยุทธ์  “Go Global” ที่มุ่งเชื่อมโยงลูกค้าสู่โอกาสการลงทุนทั่วโลกอย่างไร้รอยต่อ โดยนับตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ลูกค้าสามารถลงทุนสินทรัพย์ในต่างประเทศ แบบ Offshore ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดจากที่ปรึกษาการเงินการลงทุน (Relationship Manager : RM) ที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพด้านการให้บริการผลิตภัณฑ์ Offshore ตามมาตรฐานที่ธนาคารกำหนด และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ Offshore ผ่าน InnovestX ได้อย่างครบวงจร 
           

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ SCB WEALTH  ในการยกระดับประสบการณ์การลงทุนระดับสากล  ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนได้ใกล้เคียงกับโครงสร้างสินทรัพย์โลกมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของการกระจายการลงทุนตามภูมิศาสตร์  การบริหารความเสี่ยงด้านสกุลเงิน  และการเข้าถึงธีมการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจโลก


ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนในหลายมิติ ตั้งแต่ผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศแตกต่างกันตามระดับการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ไปจนถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีความผันผวนสูงจากความท้าทายของธนาคารกลางหลักทั่วโลกในการดำเนินนโยบายการเงิน ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อควบคู่กับการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกันหลายประเทศยังเผชิญภาระหนี้ภาครัฐในระดับสูง  ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนมีความซับซ้อนมากขึ้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและวางกลยุทธ์บริหารพอร์ตอย่างรอบด้าน
          

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ และประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากธีมการเติบโตระยะยาว อาทิ เทคโนโลยี และ AI  ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ นักลงทุนกลุ่ม WEALTH จึงสามารถใช้จังหวะนี้นำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Offshore มาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารพอร์ต เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศด้วยสกุลเงินต่างประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับผลิตภัณฑ์ลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ แบบ Offshore ที่ SCB WEALTH ให้บริการในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น  2 กลุ่มหลัก  ได้แก่ 1) การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ ที่จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ระดับโลก (Offshore Fund) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้า WEALTH เข้าถึงการลงทุนในกองทุนชั้นนำ ระดับโลกครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์และกลยุทธ์ลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และ 2) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ Offshore Structured Note ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ออกแบบโครงสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับมุมมองตลาด และระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้มีผู้ออกตราสารเป็นสถาบันการเงินต่างประเทศ และเสนอขายผ่านแพลตฟอร์มของธนาคารและ InnovestX


ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ ได้แก่ Callable Inverse Floater หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ที่ให้ผลตอบแทนสวนทางดอกเบี้ย Fixed Coupon Note (FCN) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่จ่ายผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยและอ้างอิงหลักทรัพย์ต่างๆ  Knock-in Knock-Out (KIKO) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ที่มีการจ่ายคืนเงินต้น และผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาหุ้น รวมถึง Shark Fin Note (SFN) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น หากถือจนครบสัญญา โดยผลตอบแทน ณ วันครบกำหนดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการเคลื่อนไหวของหุ้นอ้างอิง

              
ทั้งนี้ ลูกค้า WEALTH สามารถพิจารณาวางโครงสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1)พอร์ตลงทุนในประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น และสามารถนำสกุลเงินบาทมาต่อยอดความมั่งคั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 2) พอร์ตลงทุนต่างประเทศ ที่ลงทุนด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อสร้างรากฐานความมั่งคั่งในระยะยาว ผ่านการกระจายความเสี่ยง ลดการกระจุกตัวของการลงทุนในสกุลเงินเดียว และการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพอร์ตการลงทุน โดยลูกค้า WEALTH ที่สนใจสามารถติดต่อ RM ผู้ดูแล เพื่อรับคำแนะนำในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


“การจัดพอร์ตการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารความมั่งคั่งได้สอดคล้องกับโครงสร้างของสินทรัพย์โลกมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับพอร์ตการลงทุนให้มีทั้งความสมดุลและความยืดหยุ่นในการรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดแรงเสียดทานจากต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมักปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง” นายศรชัย กล่าว