SINO มองทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังในเชิงบวก ไตรมาส 3 ช่วง Peak Season เดินหน้าขยาย “Air Freight” และ “Logistics Support” ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้รวม 15% ภายในปี 2570 ขณะที่กลยุทธ์กระจายเส้นทางขนส่งเริ่มเห็นผล โดยสัดส่วนเส้นทาง Non-USA เพิ่มเป็น 47% จาก 36% ณ สิ้นปี 2568 สูงกว่าเป้าหมายเดิม พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Integrated Logistics Provider
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 1,400 ล้านบาท กำไรสุทธิกว่า 12 ล้านบาท โดยถูกกดดันจากค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างรุนแรงในไตรมาสแรก ขณะที่ความต้องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 หลังผู้ส่งออกเร่งจัดส่งสินค้าท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า ส่งผลให้ปริมาณงานและค่าระวางเรือฟื้นตัวจากช่วงต้นปี โดยอัตราค่าระวางเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือน พ.ค. และทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 3 ตามการเข้าสู่ช่วง Peak Season เร็วกว่าปกติ จึงยังคงเป้าหมายปี 2569 รายได้ 3,500 ล้านบาท และปริมาณขนส่งสินค้าทางเรือ 53,000 ตู้ โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้วกว่า 27,000 ตู้ ขณะที่ความแออัดในเส้นทางขนส่งสำคัญและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นแรงหนุนให้ความต้องการพื้นที่ระวางสินค้าเพิ่มขึ้น
“SINO กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ จากเดิมรายได้หลักจากการรับจัดการขนส่งสินค้าทางทะเล หรือ Sea Freight Forwarder ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร มุ่งเพิ่มรายได้จาก Air Freight คลังสินค้า บริการศุลกากร การขนส่งภาคพื้นดิน และการขยายเครือข่ายในต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากวัฏจักรค่าระวางเรือ”

โดยวางแผนขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน “กลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ” (Air Freight) สัดส่วนรายได้ 3.2% โดยวางบทบาทให้บริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด (ASL) เป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ พร้อมขยายฐานลูกค้าและเส้นทางในยุโรปและออสเตรเลีย ส่วน “กลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์” (Logistics Support) บริษัทฯ จะเพิ่มการใช้พื้นที่คลังสินค้าให้เต็มศักยภาพ จากปัจจุบันมีคลังสินค้า 9 หลังในย่านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่รวมกว่า 43,000 ตารางเมตร มีอัตราการใช้พื้นที่ในระดับสูงจนเต็มความจุ โดยธุรกิจดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่ง Profit Engine ของกลุ่ม สามารถสร้าง Gross Margin ประมาณ 17% สูงกว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจขนส่งทั่วไป 14% พร้อมศึกษาการขยายคลังสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ นอกจากนี้ มีแผนลงทุนรถหัวลากเพิ่มอีก 10 คัน เป็นจำนวนรวม 30 คัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ
บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ Air Freight และ Logistics Support รวมกันเป็น 15% ภายในสิ้นปี 2570 จากประมาณ 12% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เพื่อปรับสัดส่วนรายได้ให้มีความหลากหลายและเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มี Margin ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน Sea Freight ยังคงเป็นธุรกิจหลัก สัดส่วนรายได้ประมาณ 87.4% ลดลงจากปีก่อน 93% โดย SINO จะรักษาความแข็งแกร่งในเส้นทางไทย–สหรัฐฯ ควบคู่กับการขยายเส้นทาง Non-USA โดยเฉพาะเอเชียและยุโรป ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตที่ดี
ทั้งนี้ สัดส่วนการขนส่งสินค้าในเส้นทาง Non-USA เพิ่มขึ้นเป็น 47% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จาก 36% ณ สิ้นปี 2568 สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 45% ภายในสิ้นปี 2569 สะท้อนความคืบหน้าของกลยุทธ์กระจายเส้นทางขนส่ง พร้อมดินหน้าขยายฐานธุรกิจตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญตลาดส่งออกหลัก สัดส่วนประมาณ 75% ของธุรกิจ ผ่านการเข้าซื้อ World Transport Group หรือ WLTG ซึ่งดำเนินงานภายใต้ชื่อ Worldlink ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารงานปลายทางและลดการพึ่งพาตัวแทนภายนอก
แม้การรวม WLTG ในไตรมาสแรกยังสร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการจากต้นทุนการปรับระบบและช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากเร่งแก้ไขปัญหาและปรับโครงสร้างการดำเนินงาน เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 โดยบริษัทคาดว่าธุรกิจในสหรัฐฯ จะถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ ก่อนเริ่มสร้างผลบวกต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ได้เสริมทีมงานฝ่ายขาย WLT Logistics Inc. dba World Link Transport Group (World Link) ในสหรัฐฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาส Cross-selling ระหว่างเครือข่ายไทยและสหรัฐฯ โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท

สำหรับฐานะการเงิน ยังคงยึดแนวทาง Asset-Light เน้นลงทุนเท่าที่จำเป็นรักษาสภาพคล่อง โดยจากเงินระดมทุน IPO จำนวน 320 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้วประมาณ 120 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าเลือกใช้วิธีเช่าพื้นที่ระยะยาวแทนการลงทุนก่อสร้างเอง เพื่อลดภาระเงินลงทุนและความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ ขณะที่ครึ่งปีหลังเป็นจังหวะสำคัญของการฟื้นตัว พร้อมเดินหน้าปรับพอร์ตจากการพึ่งพา Sea Freight สู่ธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร เพิ่มสัดส่วนธุรกิจมาร์จิ้นสูง ขยายเครือข่ายต่างประเทศ และควบคุมต้นทุนภายใต้โมเดล Asset-Light เพื่อผลักดันรายได้แตะ 3,500 ล้านบาท และสร้างฐานกำไรที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว
“บริษัทฯ มุ่งสู่การเป็น Integrated Logistics Provider โดยเชื่อมโยงบริการ Sea Freight, Air Freight, Road Freight, Warehouse และบริการสนับสนุนโลจิสติกส์เข้าด้วยกัน พร้อมสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในกลุ่มและเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว” นายนันท์มนัส กล่าว
นายกวิล กฤษเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวชัดเจนจากไตรมาสก่อน โดยมีรายได้รวม 804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% และมีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท เทียบกับประมาณ 2 ล้านบาทในไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้นเป็น 15,034 TEUs เติบโต 17% จากไตรมาสก่อน และทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส

สำหรับงวด 6 เดือนแรก บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากระดับค่าระวางเฉลี่ยในช่วงต้นปีที่ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่ปีก่อนมีรายการกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.1% จาก 14.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการปรับสัดส่วนงานบริการไปสู่กลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่บริษัทฯ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.89 เท่า และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย


.jpg)
.jpg)