• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY และหากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.1% QoQ โดยแม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ *** คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่ได้รับแรงหนุนจาก การเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ *** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่ประเมิน โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จาก การลงทุนและการบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาด การส่งออกไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ภาคการผลิต ยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
Home SYMC กวาดรายได้ไตรมาสแรก 469.7 ล. เติบโต 15.8%
SYMC กวาดรายได้ไตรมาสแรก 469.7 ล. เติบโต 15.8%

SYMC กวาดรายได้ไตรมาสแรก 469.7 ล. เติบโต 15.8%

“SYMC” โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 กวาดรายได้รวมมูลค่า 469.7 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 15.8% ยังคงรักษาการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก พร้อมเผยกำไรสุทธิ 46.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่าย บริการคลาวด์ และบริการด้านการรักษาความปลอดภัย สำหรับองค์กรทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ​ ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

นายอเล็กซ์ โลท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมชั้นนำหรือ SYMC กล่าวว่า “บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาส 1/2566 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมมูลค่า 469.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.8% เนื่องจากรายได้จากส่วนงานบริการในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเป็นผลมาจากความต้องการการเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นสำหรับองค์กรหลายแห่ง โดยรายได้จากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาหรือ EBITDA อยู่ที่ 180.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% แม้ว่าต้นทุนบริการค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์โครงข่ายอุปกรณ์สำนักงานจะเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกลับส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 46.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.7%

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหรือไตรมาส 4/2565 นั้น พบว่าบริษัทยังคงมีการเติบโตเป็นบวกอย่างต่อเนื่องมาทุกไตรมาส โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 7.4% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงถึง 29.3% หลักๆ มาจากสัดส่วนการเติบโตของรายได้บริการที่เพิ่มสูงมากกว่าสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการค่าเสื่อม ราคาอุปกรณ์โครงข่ายและต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ของกิจการ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานเพื่อธุรกิจที่มีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนงานสำหรับไตรมาสต่อๆ ไป”

นอกจากนี้ สำหรับการถือหุ้นในเอมส์ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ("ADCTH") (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 มีอยู่ 49%) ซึ่งบริษัทลงทุนตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเหตุผลเชิงกลยุทธ์ บริษัทจึงตัดสินใจขายเงินลงทุน ทั้งหมดและธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์แล้วในเดือนพฤษภาคม 2566

“สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การคลี่คลายลงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ บริษัทยังคงปิดไตรมาสแรกด้วยผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากอุปสงค์การขายที่เติบโตซึ่งมาจากความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจากองค์กรในประเทศและภูมิภาคอินโดจีน รวมถึงการให้บริการ OTT แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวมของเศรษฐกิจนั้นยังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น”

นายอเล็กซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายของเศรษฐกิจมหภาคและสถานการณ์ทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบกับความกังวลทั่วโลกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่อาจส่งผลลบในระยะสั้นถึงระยะกลาง บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตแบบออร์แกนิกด้วยแผนการขยายโครงข่ายและบริการเพื่อสนับสนุนลูกค้าของในภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการการเชื่อมต่อและการนำเสนอบริการเสริมเพื่อเพิ่มลูกค้าใหม่มากขึ้น บริษัทเชื่อว่าความคิดริเริ่มในการทำให้เป็นดิจิทัลโดยองค์กรต่างๆ จะเป็นแนวโน้มสำคัญในอนาคตและการเชื่อมต่อข้อมูลทั่วโลกจะยังคงนำไปสู่ไฮเปอร์สเกลเลอร์ของคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกมากขึ้น เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทยและสร้างบริการเพิ่มเติมที่นำเสนอแก่ฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น

บริษัทยังคงมองแนวโน้มเชิงบวก พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการให้บริการโครงข่ายที่เสถียรและครอบคลุม รวมทั้งนำเสนอบริการโซลูชั่นพร้อมบริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนการส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและการเชื่อมต่อที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรตลอดปี 2566