• SCB EIC ปะะเมินเศรษฐกิจไทยปี 66 ได้อานิสงส์จากจีนเปิดประเทศ คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ท่ามกลางความกังวลการส่งออกชะลอตัว คาดเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะเติบโตต่อเนื่อง 3.4% แรงส่งสำคัญมาจากภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน *** SCB EIC คาดว่า ในปี 2566 กนง. จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง 3 ครั้ง (ครั้งละ 25 BPS) สู่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2566 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่จะยังอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของ ธปท. สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท SCB EIC ประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน และเงินทุนไหลเข้าตลาดการเงินไทย โดยคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าที่ 31.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปีนี้ *** คาดกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.50% ในการประชุมวันพรุ่งนี้ (25 มกราคม 2566) ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ดอกเบี้ยของไทยเข้าสู่วงจรขาขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 และการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% จากการประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่า GDP จะเติบโตที่ 3.7% ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% ในปี 2567 2567
Home TOA ส่งเทรนด์สีใหม่ 2023 'Living Forward' เติมเต็มความสุข
TOA ส่งเทรนด์สีใหม่ 2023 'Living Forward' เติมเต็มความสุข

TOA ส่งเทรนด์สีใหม่ 2023 'Living Forward' เติมเต็มความสุข

เป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว ที่วิกฤตโควิด-19 ได้แพร่ระบาดเข้ามาในไทย ส่งผลให้ผู้คนต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตครั้งใหญ่ แต่เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย แต่กลับเป็นมาเรายังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอื่นๆ มากมายที่ไม่แน่นอนของโลก อาทิ ภัยธรรมชาติ ปัญหาเงินเฟ้อ เศรษฐกิจถดถอย ภาวะสงคราม มาจนถึงวิกฤตพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
“สีสัน” จึงนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของผู้คน ที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และความเชื่อมาอย่างช้านาน ตั้งแต่อาหารการกิน เสื้อผ้า วัตถุสิ่งของ การตกแต่ง อาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมต่างๆ ดังนั้น TOA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสีสันและการออกแบบสีเพื่อที่อยู่อาศัย พร้อมส่งเทรนด์สีใหม่ ปี 2023 “Living Forward ก้าวสู่อนาคต ยกระดับที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ถ่ายทอดเรื่องราวของสีสัน ที่จะช่วยการเติมเต็มความสุขในปัจจุบัน พร้อมร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ดีขึ้น



นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า “นับจากที่เราต้องเผชิญกับวิกฤตของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนถึงปัจจุบันท่ามกลางสภาวะแห่งการฟื้นฟู ทำให้ผู้คนกำลังเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความหวังกับการเริ่มต้นใหม่ในช่วงปีใหม่นี้ เพื่อพลังขับเคลื่อนเดินหน้าสู่อนาคตที่ดีขึ้น ทำให้เกิดแนวโน้มของการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ตระหนักถึงอนาคตมากขึ้น พร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสู่การเตรียมรับมือแก้ปัญหาข้างหน้า เข้าใจความเป็นจริงของโลก เช่นเดียวกับการเข้าใจโลกภายในจิตใจของตัวเองที่แท้จริงมากขึ้น และนี่จึงเป็นที่มาของจุดกำเนิดเทรนด์สีที่อยู่อาศัย เพื่อเติมเต็มสิ่งดีๆ ในการใช้ชีวิตให้มีความสุข เพื่อก้าวสู่วันใหม่ และอนาคตใหม่ที่ดียิ่งขึ้น



โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจากสถาปนิกและนักออกแบบ 5 กลุ่มแถวหน้าของเมืองไทย ที่มาร่วมสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ สีสันแห่งที่อยู่อาศัย ได้แก่ คุณจูน เซคิโน ผู้ก่อตั้งบริษัท JUNSEKINO ARCHITECT AND DESIGN และ JUNSEKINO INTERIOR DESIGN CO., LTD. ที่ให้ความสำคัญในทุกมิติองค์ประกอบของการออกแบบ มุ่งเน้นความเรียบง่ายที่มีเอกลักษณ์, คุณธัช-คุณขวัญ พิทักษ์รักษ์สันติ สองพี่น้องสถาปนิก จากบริษัท Tandem Architects (2001), คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ Founder และ Design Director ของ WARchitect, คุณพิณ - คุณวรรวณิชย์ จิรรังสีรัตน์ Co-founder และ Lead Designer แห่ง DIN Studio บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน, คุณธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง กับบทบาทศิลปินนักวาดภาพประกอบ แถวหน้าของเมืองไทยที่รู้จักกันในนาม “Pomme Chan” และ ผู้ก่อตั้ง “Happy People Studio”


จากการวิเคราะห์มุมมองของนักออกแบบและสถาปนิก โดยในปีนี้แนวความคิดของการถ่ายทอดสีสันได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านหลายทิศทาง จนเกิดเป็นเทรนด์สีปี 2023 กับ 4 กลุ่มเทรนด์สีใหม่ ประกอบด้วย



1. กลุ่มสีโทนขาวถึงเทา หรือ Less is Forever อาทิ เฉดสี W9142, N6426, K7034 กับแนวคิดความเป็น minimalism ความเรียบง่าย ความสงบที่เป็นอมตะ ที่หลอมรวมปัจจุบันและอนาคตเข้าอยู่ด้วยกัน เป็นสีที่ไม่มีสิ้นสุด รวมไปถึงมีความหลากหลายในวัสดุต่างๆ และแสดงความถ่อมตัวและตระหนักรู้ และสามารถปรับเข้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างง่ายดาย

2. กลุ่มสีของธรรมชาติ หรือ Sustainability Matters อาทิ เฉดสี G5332, N6100, N6297 เป็นเฉดสีของต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ สีดิน อิฐ ทราย สายน้ำและท้องฟ้า โดยมีความเจือโทนเทาเข้ามาสีจะไม่สด ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการได้รับผลกระทบของธรรมชาติ และสะท้อนให้เราตระหนักถึงธรรมชาติยิ่งขึ้น

3. กลุ่มสีสด หรือ Perfect Freedom อาทิ เฉดสี R2118, B4088, G5059 กลุ่มสีที่แสดงความเป็นอิสระในทุกด้านไม่มีการแบ่งเพศ เผ่าพันธุ์ สีผิว ชนชาติหรือเชื้อชาติ ทุกคนต่างเป็นมนุษย์ที่มีความเท่าเทียมกัน และมีอิสระเสรีในการแสดงออก และกล้าที่จะแสดงตัวตนจริงออกมา เป็นกลุ่มสีที่พร้อมจะปลดปล่อยพลังหลังจากอัดอั้นด้วย วิกฤติการณ์ของโรคระบาด พร้อมออกมาด้วยความสดใสอย่างเต็มที่

4. กลุ่มสีโทนเข้ม หรือ Switch to the new chapter อาทิ เฉดสี N6308, N6199, N6259 เป็นกลุ่มสีที่แสดงถึงการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว การลุกขึ้นสู้เพื่อที่จะสามารถก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ไปให้ได้ การอยู่กับสิ่งต่างๆ ด้วยการมองโลกตามความเป็นจริงอย่างเข้าใจ และใช้ชีวิตให้เป็นปกติในทุกวัน



“และนี่คือเรื่องราวของเทรนด์สีใหม่ ประจำปี 2023 ที่ถ่ายทอดจากแรงบันดาลใจของ 5 กลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบ ที่ผ่านการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจาก TOA จนเกิดเป็น 4 กลุ่มเทรนด์สี เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมค้นหาสีสันเพื่อเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต พร้อมเดินหน้าสู่วันใหม่ และอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น”