• กกร. หรือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประเมินน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจ 1.5 หมื่นล. 0.1% จีดีพี ส่งออกโต 12-14.0% เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดี เงินเฟ้อ 1-1.2% ห่วงปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี กระทบต้นทุนการผลิต การขนส่ง การเดินทางของภาคธุรกิจ และประชาชนในวงกว้าง แต่สถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อในปัจจุบันทรงตัวถึงลดลง เนื่องจากแผนการจัดหาและจัดสรรวัคซีนที่ชัดเจน มีการกระจายวัคซีนไปต่างจังหวัดมากขึ้น ดังนั้นที่ประชุม กกร. จึงปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ดีขึ้นมาอยู่ในกรอบ 0.0 % ถึง 1.0% **** สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกันยายน 2564 อยู่ที่ระดับ 79.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 76.8 ในเดือนสิงหาคม 2564 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 โดยมีปัจจัยที่ส่งผลด้านบวกต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายและจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเริ่มลดลง ส่งผลให้ภาครัฐมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
Home TPIPP ชูความสำเร็จคว้า 2 รางวัลบริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในเอเซีย
TPIPP ชูความสำเร็จคว้า 2 รางวัลบริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในเอเซีย

TPIPP ชูความสำเร็จคว้า 2 รางวัลบริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในเอเซีย

และบริษัทที่มีความคิดริเริ่มในการจัดการขยะอย่างครบวงจรที่ดีที่สุด ประจำปี 2021

 

‘บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริหารงานโดดเด่นจนสามารถคว้า 2 รางวัล ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Asia’s Most Influential Companies ประจำปี 2021 จากองค์กร ACES โดย MORSGROUP ประเทศมาเลเซีย และรางวัล Most Innovative Initiative Towards Waste Processing Plant ประจำปี 2021 จากองค์กร International Finance Magazine (IFM) จากสหราชอาณาจักร

 

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ถือเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความยั่งยืน โดยยึดมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบ ESG และ BCG โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและโปร่งใส เพื่อเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้รับความเชื่อถือในระดับสากล

 

ล่าสุด TPIPP เข้ารับรางวัล Asia’s Most Influential Companies หรือ บริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในเอเซีย ประจำปี 2021 จากองค์กร Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards (ACES) จัดโดย MORS Group ซึ่งเป็นองค์กรด้านสื่อจากประเทศมาเลเซีย ที่มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาตัดสินรางวัลแต่ละประเภท จากการประเมินผลงานพร้อมเอกสารหลักฐาน และการสัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานของแต่ละบริษัทฯ ที่ผ่านการคัดกรอง ตามเกณฑ์การตัดสิน และเปรียบเทียบกับผู้สมัครอื่น ๆ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะในแต่ละประเภทรางวัล โดย TPIPP ถือเป็นหนึ่งใน 3 บริษัทที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตไฟฟ้าและพลังงานจากการกำจัดขยะ รวมถึงเป็นบริษัทฯ ที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรต่อสังคม และมีธรรมภิบาลที่ดี (ESG) ซึ่งตรงตามคอนเซปต์ของ ACES ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ยั่งยืน และการมีผลการดำเนินงานอันเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รางวัล Most Innovative Initiative Towards Waste Processing Plant หรือบริษัทที่มีความคิดริเริ่มในการจัดการขยะอย่างครบวงจรที่ดีที่สุด ประจำปี 2021 จัดโดย International Finance Magazine (IFM) นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะมอบให้บริษัทหรือบุคคลที่มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความโปร่งใสซึ่งได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างดี โดยทาง IFM ได้ตัดสินมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับ TPIPP ที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและพลังงานจากการกำจัดขยะที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมยึดมั่นและให้ความสำคัญในกระบวนการทำงานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth)

 

ทั้งนี้ จาก 2 รางวัลอันทรงเกียรติที่ TPIPP ได้รับมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายด้านความยั่งยืนที่ บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาทั้งหมด โดยเฉพาะการมุ่งเน้นวางแผนเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในระดับสูงสุดและปลอดภัย เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต มุ่งเน้นลดปริมาณการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีขั้นตอนการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และลดปัญหาโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อสภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลกในปัจจุบัน รวมถึงการขจัดปัญหาขยะชุมชนอย่างจริงจังเพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐ ในการพัฒนากระบวนการและปริมาณการผลิตพลังงานทั่วประเทศอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป

ข่าวเกี่ยวข้อง