• SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ภาวะการเงินตึงตัวจะเริ่มส่งผลกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเริ่มปรับสูงขึ้น *** จึงประเมินว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปีนี้เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปีหน้า (2025)
Home TSE โชว์งบ Q2 รายได้รวมเฉียด 700 ล.เติบโต 40% 
TSE โชว์งบ Q2 รายได้รวมเฉียด 700 ล.เติบโต 40% 

TSE โชว์งบ Q2 รายได้รวมเฉียด 700 ล.เติบโต 40% 

หนุนเป้ารายได้ปีนี้ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หลัง COD โรงไฟฟ้าใหม่ “โครงการโอนิโกเบ” กำลังการผลิต 133 MW
 
บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่  (TSE) โชว์ผลงานไตรมาส 2/66 โตกระฉูด มีรายได้เกือบ 700 ล้านบาท เติบโต 40% ฟันกำไรสุทธิ 152.2 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกปีนี้กวาดรายได้ 1,260.4 ล้านบาท เติบโต 24% และมีกำไรสุทธิ 385.5 ล้านบาท หลัง COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น “โครงการโอนิโกเบ (Onikoube)” กำลังการผลิตเสนอขาย 133 เมกะวัตต์ (รายได้ข้างต้นรวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า) ด้านผู้บริหาร "ดร. แคทลีน มาลีนนท์" ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นแตะ 3,000 ล้านบาท 
 
ดร. แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม จำนวน 483.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 154.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าจำนวน 193.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.4 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และรายได้อื่นๆ ส่งผลให้ในไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้รวม 699.6 ล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 152.2 ล้านบาท
 
ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวมสำหรับ เป็นจำนวน 829.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 164.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 664.2 ล้านบาท และการร่วมค้ามีกำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกปีนี้เท่ากับ 647.8 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเป็นจำนวน 388.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 346.7 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปีนี้เป็นจำนวน 385.5 ล้านบาท ลดลง 124.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.4 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 509.6 ล้านบาท เนื่องจากเมื่องวด 6 เดือนแรกของปีก่อน กลุ่มบริษัทฯ มีรายการพิเศษจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 234.4 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการกำไรพิเศษดังกล่าว กลุ่มบริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปีก่อนเท่ากับ 275.2 ล้านบาท โดยจะเป็นผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 6 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 110.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
 
“การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2/2566 นี้ มีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น คือ โครงการโอนิโกเบ (Onikoube) ที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 2/2566 นี้ ประกอบกับการประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSE กล่าวอีกว่า กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ (รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า) จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นรายได้ขยับขึ้นไปแตะ 3,000 ล้านบาท จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,974 ล้านบาท อันเนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Onikoube ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้เข้ามาสนับสนุนตั้งแต่ไตรมาส 2/66 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้เริ่มรุกธุรกิจ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) หรือ ข้อตกลงการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนอาคารของผู้ประกอบการธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งการวิเคราะห์การลงทุน การออกแบบ การติดตั้ง การบำรุงรักษา และการรับประกันตลอดอายุสัญญา ตามความต้องการของผู้ประกอบการหรือองค์กร โดยองค์กรไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด อีกทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบการติดตั้งและรูปแบบการบริหารค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสำหรับการลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า เพื่อผลกำไรในการดำเนินธุรกิจที่มากขึ้นในระยะยาว โดยธุรกิจใหม่ดังกล่าวจะเข้ามาสนับสนุนฐานรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ มากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป