• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** ปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
Home ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นการทบทวนเกณฑ์จดทะเบียน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นการทบทวนเกณฑ์จดทะเบียน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นการทบทวนเกณฑ์จดทะเบียน

ดึงดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศเข้าจดทะเบียน เสริมความแข็งแกร่งตลาดทุนไทย ถึง 8 พ.ค. นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนใน SET และ mai เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพ ซึ่งครอบคลุมบริษัท New Economy ที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บริษัทต่างประเทศ รวมถึง SME และ Startup มุ่งเพิ่มโอกาสการระดมทุน และสร้างทางเลือกให้ผู้ลงทุน ตามพันธกิจในการผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็น "Trusted Marketplace" ที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) เรื่อง “การทบทวนเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ” สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัท New Economy เพื่อลดอุปสรรค และเพิ่มความยืดหยุ่น สนับสนุนบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มากขึ้น

ปรับลด Market Capitalization ขั้นต่ำ และระยะเวลาการมีรายได้จากการดำเนินงาน (Track Record) โดยกำหนดให้บริษัทต้องมีรายได้จากการดำเนินงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำหนดเป็นรายได้หลักในปีล่าสุด แทนการกำหนดรายได้จากการดำเนินงานขั้นต่ำแบบตายตัว

เพิ่มช่องทางพิเศษ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC เพื่อสนับสนุนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

ยกเลิกข้อกำหนดที่บริษัทต่างประเทศต้องแสดงถึงการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย เช่น การมีฐานการผลิตในประเทศไทย เป็นต้น เพื่อเปิดกว้างให้บริษัทต่างประเทศขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพและดำเนินธุรกิจในหลายประเทศเข้าจดทะเบียนได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. ทบทวนเกณฑ์การเสนอขายหุ้นสำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ (Unrecognized Country) ให้ใช้เกณฑ์การเสนอขายหุ้นแบบ Secondary Listing เช่นเดียวกับบริษัทต่างประเทศที่มีหุ้นจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่อยู่ในรายชื่อประเทศที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอบรับ (Recognized Country) เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าจดทะเบียนสำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีคุณภาพ

3. ทบทวนเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียน (Silent Period) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อดึงดูดบริษัทต่างประเทศ โดยยังคงสร้างเสถียรภาพให้กับราคาหุ้น และความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนได้เช่นเดิม

ปรับเกณฑ์ให้ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) โดยห้ามขายหุ้นทั้งหมดที่ตนถืออยู่หลัง IPO โดยมีสัดส่วน Silent Period ขั้นต่ำ เพื่อรักษาสัดส่วนการถือครองหุ้นรวมกันไว้ในระดับที่เพียงพอต่อการแสดงความมุ่งมั่นในการบริหารกิจการในระยะยาว

ปรับระยะเวลาการติด Silent Period สำหรับบริษัทต่างประเทศให้เทียบเท่ากับบริษัทไทย เพื่อสร้างความเท่าเทียมและดึงดูดบริษัทต่างชาติที่มีศักยภาพให้เข้ามาจดทะเบียน

ปรับลดระยะเวลาการติด Silent Period สำหรับบริษัทที่ไม่มีกำไร (ได้แก่ บริษัท New Economy และสาธารณูปโภคพื้นฐาน) ให้สั้นลงจาก 3 เท่า เป็น 2 เท่าของกรณีบริษัทที่มีกำไร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นพร้อมรายละเอียดบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/market-consultation หัวข้อ “การทบทวนเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ” สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://forms.gle/zSo1pPtQyf9Uhc249 จนถึง 8 พฤษภาคม 2569