• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home ต่างชาติซื้อสะสมหุ้นไทย 5 เดือนแรกปี 69 รวม 20,004 ล้านบาท
ต่างชาติซื้อสะสมหุ้นไทย 5 เดือนแรกปี 69 รวม 20,004 ล้านบาท

ต่างชาติซื้อสะสมหุ้นไทย 5 เดือนแรกปี 69 รวม 20,004 ล้านบาท

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2569


- SET Index (สิ้นเดือน พ.ค.) 1,568.37 จุด +5% mom +24.5% ytd


- มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน SET และ mai (พ.ค.) 66,479 ลบ. +53.4% yoy


- Dividend Yield เฉพาะ SET (สิ้นเดือน พ.ค.) 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 2.9%


- ต่างชาติซื้อสุทธิ SET และ mai (ytd) 20,004 ลบ. ซื้อสุทธิ 3,366 ลบ. (พ.ค.)


ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับตลาดหุ้นเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก

 


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้นในเดือนพฤษภาคม หลังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวโดดเด่นในปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐาน โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจาก 2.5% ในไตรมาสก่อนหน้า นำโดยการลงทุนรวมและการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่งทั้งด้านยอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า ทำให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรในอนาคตของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์
 


ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนพฤษภาคม 2569

ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม

ในเดือนพฤษภาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 66,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 64,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

 

ในเดือนพฤษภาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 3,366 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดซื้อสุทธิสะสมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 20,004 ล้านบาท

ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 52.8% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 32.6% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.2% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.4%

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 15.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.3 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.4 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.9%



ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนพฤษภาคม 2569

ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 435,227 สัญญา เพิ่มขึ้น 13.3% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures และ Currency Futures ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 537,079 สัญญา เพิ่มขึ้น 22.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน