• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home ทีเส็บ ชูผลสำเร็จมาตรการ Quick Big Win ครม. เคาะมาตรการภาษีไมซ์ “หักรายจ่าย 200%"
ทีเส็บ ชูผลสำเร็จมาตรการ Quick Big Win ครม. เคาะมาตรการภาษีไมซ์ “หักรายจ่าย 200%

ทีเส็บ ชูผลสำเร็จมาตรการ Quick Big Win ครม. เคาะมาตรการภาษีไมซ์ “หักรายจ่าย 200%"

ทีเส็บชู ผลสำเร็จมาตรการ Quick Big Win ครม. เคาะมาตรการภาษีไมซ์ “หักรายจ่าย 200%" ค่าออกบูธ-งานแสดงสินค้าในประเทศ ถึงสิ้นปี 2570 ลดต้นทุนผู้ประกอบการ-หนุนเศรษฐกิจโต


8 ตุลาคม 2569: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ชูผลสำเร็จมาตรการ Quick Big Win ที่ผลักดันมาตรการภาษีของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ เปิดทางให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล "หักรายจ่ายได้ 200%" ของที่จ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ และงานแสดงสินค้าภายในประเทศ นับตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า มาตรการภาษีในครั้งนี้สอดคล้องกับมาตรการ Quick Big Win ที่ทีเส็บได้ผลักดันสู่ภาครัฐผ่านการร่วมมือกับภาคเอกชน 7 สมาคม เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่อุตสาหกรรมไมซ์ได้รับความสำคัญในฐานะหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งสัญญาณที่ดีในเชิงโอกาสทางการตลาดและธุรกิจให้กับผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการจัดงาน นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบนิเวศไมซ์ไทยที่ผู้มีส่วนได้เสียจากหลากหลายองค์กรร่วมมือกันผลักดันวาระสำคัญ ๆ ให้อุตสาหกรรมไมซ์มีบทบาทเชิงเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น
 

 

ทั้งนี้ ภาคเอกชน 7 สมาคมที่ได้ร่วมผลักดันมาตรการ Quick Big Win กับทีเส็บจนนำไปสู่มาตรการภาษีครั้งนี้ประกอบด้วยสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมโรงแรมไทย สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

“มาตรการภาษีหักรายจ่ายได้ 200% ตอบรับทิศทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศ โดยสิทธิประโยชน์นี้ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็น “ตัวช่วยลดต้นทุน” ให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ภาคธุรกิจหันมาใช้เวทีไมซ์เป็นเครื่องมือหลักในการขยายตลาด กระตุ้นการค้าและการลงทุน พร้อมส่งต่อเม็ดเงินหมุนเวียนไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง และบริการในพื้นที่ ก่อนกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น”

 


ในปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยมีนักเดินทางไมซ์รวม 26.75 ล้านคน สร้างรายได้ 148,451 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่าย (Economic Impact by Expenditure) สูงถึง 338,233 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานรวมกว่า 304,932 ตำแหน่ง ขณะที่ในปีงบประมาณ 2569 ทีเส็บได้รวบรวมสถิติเบื้องต้นจำนวนนักเดินทางไมซ์ประมาณการอยู่ที่ 27.20 ล้านคน สร้างรายได้ราว 150,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่าย (Economic Impact by Expenditure) ประมาณ 349,961 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานราว 311,446 ตำแหน่ง

ในส่วนของกระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการหักรายจ่าย 200% ครั้งนี้ จะมีภาคธุรกิจใช้สิทธิราว 3,800 ราย มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานราว 3,990 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 798 ล้านบาท  นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังประเมินว่าอุตสาหกรรมไมซ์จะสร้างงานได้ 350,672 ตำแหน่ง และหากมีมาตรการสนับสนุนจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10–15% ต่อปี

สาระสำคัญและสิทธิประโยชน์ของมาตรการ:

* ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์: บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ

* สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยการหักรายจ่ายได้ 200% ของที่จ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรือ งานแสดงสินค้าภายในประเทศ

* ระยะเวลาดำเนินการ: ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยงานต้องเริ่มจัดและการจ่ายเงินต้องเกิดในช่วงเวลาดังกล่าว

* เงื่อนไข: ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้จัดงานว่าเข้าร่วมงานจริง และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

หลังจากนี้ ร่างพระราชกฤษฎีกาจะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

“ทีเส็บ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า มาตรการนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้า ได้มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และท้องถิ่น และจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาสินค้าบริการและการบริหารจัดการงาน เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการภาษีในครั้งนี้ ซึ่งทีเส็บและพันธมิตรภาคเอกชนจะพิจารณาใช้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นไปใช้ขับเคลื่อนต่อยอดการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ต่อไป” ดร. ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย