• คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเผชิญ แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จึงปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โต 1.6-2% @@@ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
Home บจ. mai ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรเติบโต 21.5%
บจ. mai ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรเติบโต 21.5%

บจ. mai ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรเติบโต 21.5%

· บจ. ใน mai Q2/2569 ยอดขาย 57,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% และกำไรสุทธิ 2,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากปีก่อน


· ครึ่งแรกปี 2569 กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 21.5% สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ


นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 216 บริษัท คิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด และบริษัทที่ไม่นำส่งงบการเงิน) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยไตรมาส 2 ของปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 57,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% กำไรจากการดำเนินงาน 4,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.6% และกำไรสุทธิรวม 2,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 26.1% เป็น 25.3% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.7% มาอยู่ที่ระดับ 7.6% ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 4.1% เป็น 3.8% ตามลำดับ


สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มียอดขายรวม 108,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% กำไรจากการดำเนินงาน 8,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% และมีกำไรสุทธิรวม 4,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1%


“ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ยังคงรักษาการเติบโตได้ แม้การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังไม่ทั่วถึงในทุกภาคส่วน ประกอบกับยังเผชิญความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย บจ. มีความสามารถในการทำกำไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งมาจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร นอกจากนี้ บจ. บางแห่งปรับโครงสร้างธุรกิจจึงทำให้มียอดขายและกำไรโดดเด่น โดยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเติบโต ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทคโนโลยี ยังเผชิญแรงกดดัน” นายประพันธ์กล่าว


ด้านฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 315,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.77 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่เท่ากับ 0.70 เท่า


ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 230 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 229.74 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 224,016.75 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 429.89 ล้านบาทต่อวัน