ชูกลยุทธ์ Asset Optimization ผสานนวัตกรรมเกษตร ตั้งเป้าเก็บเกี่ยวปี 2572
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้นำธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลกและผู้ผลิตถุงมือยางอันดับหนึ่งของประเทศไทย นำโดย บริษัท ศรีตรัง รับเบอร์ แอนด์ แพลนเทชั่น จำกัด บริษัทในเครือ เดินหน้าขยาย ขีดความสามารถทางธุรกิจและเสริมความยืดหยุ่นให้พอร์ตโฟลิโอ ประกาศเปิดตัวโครงการ “ปาล์มศรีตรัง เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยใช้ งบลงทุนกว่า 60 ล้านบาท นำร่องปลูกปาล์มน้ำมันเฟสแรกบนพื้นที่ 1,461 ไร่ ใน 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ ชูกลยุทธ์บริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Asset Optimization) ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาปรับใช้ภายใต้หลัก ESG คาดพร้อมเริ่ม เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในปี 2572
การขยายธุรกิจสู่การปลูกปาล์มน้ำมันในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทศรีตรังในการขยายขีดความสามารถทางธุรกิจ เสริมความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ และวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง โดยมุ่งให้เกิดการประสานพลังระหว่างทรัพยากรที่มีอยู่เดิม เครือข่ายการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโครงการนำร่องนี้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกในจังหวัดชลบุรี ระยอง สระแก้ว สุราษฎร์ธานี และสงขลา รวมจำนวนทั้งสิ้น 28,072 ต้น

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของโครงการนี้ว่า “โครงการ ‘ปาล์มศรีตรัง เติบโตอย่างยั่งยืน’ สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทศรีตรังในการต่อยอดศักยภาพขององค์กรและจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิด Asset Optimization โดยการพัฒนาพื้นที่ของกลุ่มบริษัทฯ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ควบคู่กับการเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
“สำหรับศรีตรัง โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการขยายสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วน ทั้งการส่งเสริมการจ้างงาน การสร้างอาชีพ การสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และการวางรากฐานสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ต้นปาล์มที่ร่วมกันปลูกในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความตั้งใจของศรีตรังที่จะเติบโตเคียงข้างชุมชน พร้อมส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว”
ด้าน นายอุดม พฤกษานุศักดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรัง รับเบอร์ แอนด์ แพลนเทชั่น จำกัด กล่าวเสริมถึงความพร้อมด้านปฏิบัติการว่า “ศรีตรังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ การเลือกใช้กล้าพันธุ์คุณภาพ การวางแผนเพาะปลูก ไปจนถึงการบริหารจัดการสวนตามหลักเกษตรกรรมสมัยใหม่ โดยในการปลูกเฟสแรก เราได้ให้น้ำหนักการลงทุนมากที่สุดในจังหวัดสงขลา (43% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการดำเนินงานและโลจิสติกส์ของบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสวนได้อย่างสูงสุด
“นอกจากนี้ โครงการยังดำเนินงานภายใต้หลัก ESG โดยให้ความสำคัญกับการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การจัดทำแผนที่แปลงปลูกด้วยระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (GIS) การใช้โดรน เพื่อการเกษตร การติดตามข้อมูลภาคสนามแบบดิจิทัล และการบริหารจัดการด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตของชุมชนโดยรอบ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 ปี หรือราวปี 2572 และจะติดตามแนวโน้มการเติบโตของต้นปาล์ม ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ รวมถึงผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาและโอกาสในการขยายพื้นที่ปลูกต่อไป”


.jpg)
