• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home “โกลเบล็ก” เปิดโผ 5 หุ้นเด่น IAA-จับตาตะวันออกกลางเดือด
“โกลเบล็ก” เปิดโผ 5 หุ้นเด่น IAA-จับตาตะวันออกกลางเดือด

“โกลเบล็ก” เปิดโผ 5 หุ้นเด่น IAA-จับตาตะวันออกกลางเดือด

กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,550-1,590 จุด รับแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำ 5 หุ้นเด่นจากผลสำรวจ IAA ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ว่า ภาพรวมดัชนียังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ระดับ 1,550-1,590 จุด โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับคาดว่านักลงทุนจะชะลอการซื้อขายลงเนื่องจากติดวันหยุดคาบเกี่ยวในสัปดาห์นี้

สำหรับปัจจัยบวกเอื้อต่อการลงทุน ได้แก่ FedWatch Tool ของ CME Group ที่บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17% ในการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ แต่ให้น้ำหนักสูงถึง 81% สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม แสดงถึงความเป็นไปได้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสเลื่อนจากเดือนตุลาคมไปเป็นเดือนธันวาคม ขณะที่ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น ในระหว่างการหารือร่วมกันที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกในประเทศจากการที่ ทอท. ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ AOTGA เป็นระยะเวลา 25 ปีเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศรองรับการขยายตัวของธุรกิจการบิน โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2570 รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของไทยระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการเจรจาซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการร่วมกันแล้วเหลือเพียงการสรุปรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากกรณีที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งการให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน ซึ่งคาดว่าการโจมตีอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน และอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลประมาณ 1 สัปดาห์ กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมทั้งเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ด้านนโยบายการเงิน สหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานการประชุม FED ประจำเดือนกันยายนซึ่งระบุว่ากรรมการมีความเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยกรรมการบางส่วนเห็นว่าจำเป็นเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนมองว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งอุปสงค์

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ที่ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม และราคาน้ำมันทั้งในประเทศและตลาดโลก

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ เริ่มจากปัจจัยในประเทศระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม จะมีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank) ปี 2569 14- 21 ตุลาคม หุ้นกลุ่มธนาคารจะทยอยส่งงบการเงินไตรมาส 3ตามด้วยสัปดาห์ที่ 2 ประชุมวาระสำคัญต่างๆ ทั้งการประชุม กกร., การแถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้าจากกระทรวงพาณิชย์, การแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและหอการค้าไทยจาก ม.หอการค้าไทย รวมถึงการสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย ตลท. ถัดมาในสัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. จะแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์เตรียมแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกับ ส.อ.ท. ที่จะแถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์ ก่อนปิดท้ายเดือนในวันที่ 28 ตุลาคม ด้วยการประชุม กนง. และวันที่ 30 ตุลาคม ธปท. จะรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศที่น่าจับตา วันที่ 13 ตุลาคม ญี่ปุ่นรายงานดัชนี PPI (ก.ย.) ขณะที่สหรัฐฯ รายงานความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อม, ตัวเลขการจ้างงานเอกชน และยอดขายบ้านมือสอง (ก.ย.) วันที่ 14 ตุลาคม จีนและสหรัฐฯ จะรายงานดัชนีเศรษฐกิจสำคัญทั้ง CPI, PPI และดุลการค้า (ก.ย.) จากนั้นในเช้าวันที่ 15 ตุลาคม FED จะเผยรายงาน Beige Book และในวันเดียวกันสหรัฐฯ จะรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, PPI และยอดค้าปลีก (ก.ย.) ช่วงวันที่ 27-28 ตุลาคม จะมีการประชุม FED, วันที่ 29 ตุลาคม เป็นการประชุม ECB และวันที่ 30 ตุลาคม เป็นการประชุม BOJ ก่อนจะเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ได้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นเด่นที่ได้รับการคัดเลือกจากผลสำรวจของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC