• SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
Home มาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งไทย ซ้ำเติมการส่งออกกุ้งไทยปี 2569
มาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งไทย ซ้ำเติมการส่งออกกุ้งไทยปี 2569

มาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งไทย ซ้ำเติมการส่งออกกุ้งไทยปี 2569

มาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งไทย ซ้ำเติมการส่งออกกุ้งไทยปี 2569  (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic)


• มาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทยเป็นการชั่วคราว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วยและกุ้งน้ำเงิน มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าและการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติ


• ปัจจุบันมาเลเซียเป็นตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งอันดับ 11 ของไทย มีส่วนแบ่งตลาดราว 1% ของการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งไทยไปตลาดโลก โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง (สัดส่วน 97%) ที่เหลืออีก 3% คือกุ้งแปรรูป (รวมกุ้งกระป๋อง)


• แม้ตลาดมาเลเซียมีสัดส่วนน้อย แต่เรื่องนี้ก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันภาพรวมการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งของไทย จากเดิมที่เผชิญความท้าทายจากคำสั่งซื้อของคู่ค้าที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ การที่มาเลเซียระงับการนำเข้า นอกจากจะส่งผลให้การส่งออกกุ้งของไทยไปยังมาเลเซียในปีนี้มีแนวโน้มหดตัว ยังทำให้ปริมาณที่เดิมวางแผนจะส่งออกไปมาเลเซียต้องหาแหล่งระบายทดแทน รวมถึงเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อราคากุ้งหน้าฟาร์ม  


• ติดตามการดำเนินการของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อกรอบเวลาของผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซีย รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ


• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปี 2569 มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งของไทยอาจอยู่ที่ 1,226 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 2.0% YoY โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ากุ้งกระป๋อง


• ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวด้วยการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าคุณภาพ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ เพื่อรับมือกับหลายประเด็นที่มีผลต่อแนวโน้มการส่งออกกุ้งไทยไปตลาดโลก ได้แก่


  ► การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้ไทยยังคงเสียเปรียบคู่แข่งอย่าง อินเดีย เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย ที่ราคากุ้งของไทยเฉลี่ยยังสูงคู่แข่งราว 20-60%


  ► ต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะราคาอาหารกุ้งอย่างปลาป่นที่ปรับขึ้นกว่า 30% เทียบกับต้นปี และค่าใช้จ่ายในการจัดการ/ ควบคุมโรคระบาด


  ► กฎระเบียบการค้าโลกที่เข้มงวด เช่น มาตรการ AD/CVD ของสหรัฐฯ มาตรการด้าน ESG ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค อาทิ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (Aquaculture Stewardship Council: ASC) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ (Best Aquaculture Practices: BAP)