มูลนิธิโอสถสภา ฉลองความสำเร็จโครงการปีที่ 4 “มอบโอกาสสร้างอาชีพ” ปักหมุด ‘สุพรรณบุรี’ จังหวัดสุดท้าย เติมเต็มพลังใจ ส่งมอบเครื่องมือทำกิน พลิกชีวิตคนพิการสู่ความยั่งยืนครบ 150 ราย
มูลนิธิโอสถสภา เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตสังคม ผนึกกำลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดพิธีส่งมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพในโครงการ “มูลนิธิโอสถสภา มอบโอกาสสร้างอาชีพ ปี 4” ประจำปี 2569 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี หมุดหมายที่ 4 จังหวัดสุดท้ายของปีนี้ เพื่อมอบเครื่องมือทำกินเป็นต้นทุนชีวิตให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี และ นางสาวณิชาภัทร วิบูลย์พานิช พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี (พมจ.) ร่วมต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากมูลนิธิโอสถสภา นำโดย คุณธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิโอสถสภา, คุณสุธิตา โอสถานุเคราะห์ กรรมการมูลนิธิฯ และ คุณสุธิดา เสียมหาญ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ที่เดินทางมาร่วมส่งมอบกำลังใจแก่พี่น้องคนพิการอย่างใกล้ชิด




บูรณาการความร่วมมือเชิงลึก กลไกสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คือการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างมูลนิธิโอสถสภา และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการติดตามและประเมินผลคนพิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจเช็กการเปลี่ยนแปลง ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการร่วมกันค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาทักษะ เพื่อให้คนพิการมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถเติบโตจนยืนหยัดได้ด้วยตัวเองในระยะยาว
ซึ่งจากการติดตามผลลัพธ์ครอบคลุมครบทั้ง 4 มิติ (ร่างกาย, จิตใจ, สังคม และอาชีพ) ร่วมกับเครือข่าย พม. พบผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจว่า กว่า 70% ของผู้เข้าร่วมโครงการนับตั้งแต่ปี 2566 ยังคงประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2569 นี้ โครงการได้ต่อยอดเพื่อส่งมอบอาชีพให้แก่คนพิการเพิ่มอีก 150 คน ใน 4 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ชัยนาท และสุพรรณบุรี ส่งมอบอุปกรณ์ 3 กลุ่มอาชีพหลัก สู่อนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่น้องคนพิการได้รับสิทธิ์ในการสร้างอาชีพรวมทั้งสิ้น 35 ท่าน ครอบคลุมใน 3 กลุ่มอาชีพหลัก ประกอบด้วย กลุ่มอาชีพบริการและงานฝีมือ (เช่น ผลิตไม้กวาดทางมะพร้าว ซักรีด เย็บผ้า ทำเหรียญโปรยทาน) กลุ่มอาชีพเกษตรและปศุสัตว์ (เช่น ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดไข่ เลี้ยงเป็ดเทศ เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงปลานิล) และกลุ่มอาชีพค้าขาย (เช่น ขายลูกชิ้นทอด ลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้ง)
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ผู้บริหารก้าวลงจากเวทีเพื่อมอบอุปกรณ์ให้แก่ผู้พิการที่ใช้รถวีลแชร์อย่างเป็นกันเอง พร้อมร่วมถ่ายภาพประวัติศาสตร์ร่วมกับพี่น้องคนพิการทั้ง 35 ท่าน ที่พร้อมใจกันยืนขึ้นแสดงความมุ่งมั่นในการเริ่มต้นอาชีพใหม่ ก่อนเข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการต้นแบบอาชีพ เช่น การเลี้ยงกบและปลาดุก
นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า "ความสำเร็จที่ยั่งยืนในวันนี้ เกิดจากพลังขับเคลื่อน 3 ส่วนสำคัญ คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวของพี่น้องคนพิการเอง การมอบเครื่องมือทำกินในวันนี้ ไม่ใช่แค่การให้สิ่งของ แต่คือการมอบโอกาส ความภูมิใจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้พวกเขาเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง"
คุณธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิโอสถสภา กล่าวว่า "มูลนิธิโอสถสภาเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน โครงการนี้เราตั้งใจขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด ‘ให้เบ็ด ดีกว่าให้ปลา’ ด้วยการมอบเครื่องมือทำกินเป็นต้นทุนชีวิต ให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว การเดินทางมาถึงจังหวัดสุดท้ายที่สุพรรณบุรีในวันนี้ จึงเป็นภาพรวมที่งดงามและเต็มไปด้วยพลังใจ เราภูมิใจที่ได้ร่วมเติมเต็มรอยยิ้ม และจะยังคงจับมือกับภาคีเครือข่ายเดินหน้าเคียงข้างสังคมไทยเพื่อส่งต่อพลังนี้ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด"
การเดินทางส่งมอบอาชีพที่ขับเคลื่อนมาถึงหมุดหมายสุดท้าย ณ จังหวัดสุพรรณบุรีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในการเติมเต็มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมประจำปี 2569 ด้วยการส่งมอบต้นทุนชีวิตให้แก่พี่น้องคนพิการรวมทั้งสิ้น 150 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดยุทธศาสตร์ภาคกลางเท่านั้น แต่ยังถือเป็น Strategic Move ครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงกลไก "พลังแห่งความร่วมมือ" ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับทุนมนุษย์ (Human Capital) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการปักหมุดความสำเร็จในจังหวัดสุดท้ายนี้ จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบและจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในการสร้างระบบนิเวศแห่งการพึ่งพาตนเอง ที่พร้อมจุดประกายความหวัง คืนศักดิ์ศรี และขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการรวมถึงครอบครัว ให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนอย่างแท้จริง
.jpg)


