บริษัท โคเซ่ (KOSÉ) ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล” เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างยั่งยืนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลของไทย
เป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับกิจกรรม “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล” ที่ทาง บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคเซ่ เซกิเซ “KOSÉ SEKKISEI” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยเหลือสังคมไทย เพี่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเล และปลูกปะการัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย โดย คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชักชวน ทีมผู้บริหาร และเหล่าพนักงาน บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เต่าทะเล และการปลูกปะการัง เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติกลับคืนสู่ใต้ท้องทะเลเพี่อเป็นต่อยอดสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยต่อไป




นอกจากนี้ทาง บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินสมทบทุนให้กับ ศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จ.ระยอง เป็นมูลค่าทั้งหมด 91,000 บาท (เก้าหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) เพื่อนำไปใช้ในโครงการสำหรับเต่าทะเล และสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงการปลูกและอนุบาลปะการัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมดุลในใต้ท้องทะเลไทย โดยมี นายอติชาต อินทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นผู้รับมอบ
คุณ ฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทาง บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่อุดหนุน ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ ทุกชนิดเพราะลูกค้าทุกคนได้มีส่วนร่วม และช่วยเหลือการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ทางทะเลไทยไปพร้อม ๆ กับทางบริษัทฯ ด้วยและนอกจากนี้ทางบริษัท ฯ ยังยินดีที่ได้เป็นส่วนหนี่งของการสนับสนุนในเรื่องของการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมไปถึงการฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธรรมชาติทางทะเลมีความสมบูรณ์สวยงามไปอีกนาน และดีใจมากที่กิจกรรมนี้ยังได้รับความสนใจจากทีมพนักงานของเราที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเลอีกด้วยครับ”



