• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569
Home เปิดเมนู 'ปลาหมอคางดำ' แดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน หร้อยจังฮู้
เปิดเมนู 'ปลาหมอคางดำ' แดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน หร้อยจังฮู้

เปิดเมนู 'ปลาหมอคางดำ' แดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน หร้อยจังฮู้

เพจ "แอนสาวใต้" ร่วมด้วยช่วยชาติ รังสรรค์เมนูจากปลาหมอคางดำ ทั้งปลาแดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน อร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น พร้อมชวนคนไทย นำมาลองทำเมนูเด็ดประจำบ้าน ช่วยกันกิน ช่วยกันกำจัด เพื่อลดปริมาณปลาชนิดนี้ออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด หวังให้หมดไปจากระบบนิเวศของไทย

นางสาวธวัลพร บำรุงการ หรือ แอน เจ้าของเพจ "แอนสาวใต้" เพจไลฟ์สไตล์ ตกปลา-ทำอาหาร ของสาวชุมพร ที่มีผู้ติดตาม 3.8 แสนคน เล่าให้ฟังว่า แอนเป็นคนชื่นชอบการทำอาหารมากๆ ประกอบกับที่คุณแม่รักการตกปลา ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในละแวกจังหวัดชุมพร ทำให้ได้ปลาหลากหลายชนิดมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร และได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ จึงได้เกิดไอเดียเปิดเพจทำอาหารของตนเองขึ้น เพื่อที่จะแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์การตกปลาของคุณแม่ ส่วนตนนำเสนอการปรุงเมนูรสเด็ดจากปลาและวัตถุดิบอาหารต่างๆ ที่ได้มาจากการตกปลาของคุณแม่

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นแอนไปตกปลากับคุณแม่ และได้เห็นปลาหมอคางดำเป็นครั้งแรก ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไร แต่สังเกตเห็นจุดสีดำด้านข้างแก้มปลา มองลงไปในน้ำเห็นเป็นฝูงใหญ่ มีจำนวนเยอะพอสมควร ตอนนั้นก็พอจะทราบแล้วว่าปลาชนิดนี้ทำลายระบบนิเวศของไทย เพราะชาวบ้านบริเวณที่ตกปลาเล่าให้ฟังว่า ปกติจะมีปลาชนิดอื่นๆ อยู่เยอะมาก พอมีปลาหมอคางดำระบาด ปลาพื้นถิ่นก็ลดลง เพราะปลาชนิดนี้ดุ หาอาหารกินตลอดเวลา กินทุกอย่าง และกินลูกปลาพื้นถิ่นด้วย

แอนเล่าว่า คุณแม่ออกตกปลาในแต่ละครั้ง จะได้ปลาหมอคางดำ ครั้งละประมาณ 3-4 กิโลกรัม โดยวิธีตกปลาจะตกด้วยคันเบ็ดชิงหลิว (คันเบ็ดสไตล์จีน) ใช้เหยื่อกุ้งหรือกระดองปู (ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน) แต่ถ้าใครใช้อวนก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้จับปลาได้ปริมาณครั้งละเยอะ ๆ

 


ปลาหมอคางดำ สามารถนำมาประกอบอาหารได้ รสชาติเหมือนปลานิล เนื้อแน่นกว่านิดหน่อย ไม่มีกลิ่นสาบ มีกลิ่นคาวเหมือนปลาทั่วไป เพียงล้างด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูก็สามารถดับกลิ่นคาวได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนปลาชนิดอื่นๆ

ปลาชนิดนี้ ไซส์ใหญ่สุดที่เคยเห็นอยู่ที่ประมาณฝ่ามือผู้ชาย ปริมาณเนื้อจะเยอะจึงนำมาปรุงอาหารอร่อย แต่ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นไซส์เล็กกว่าฝ่ามือ เนื้อน้อย แนะให้แล่เอาแต่เนื้อมาทำอาหาร เพราะปลาหมอคางดำเป็นปลาที่มีก้าง ครีบทั้งตัวแข็งมาก

เมนูปลาหมอคางดำที่แอนเคยทำและอร่อยมากๆ เป็นเมนูที่อยากแนะนำ คือ ปลาหมอคางดำเค็มแดดเดียว แกงส้มใต้ปลาหมอคางดำ และทอดมันปลาหมอคางดำ แอนจะใช้ปลาหมอคางดำ 8-10 ตัว แล้วแต่เมนู สามารถทานได้ถึง 4 คน สามารถติดตามในเพจแอนได้ จะมีคลิปเมนูต่างๆ จากปลาหมอคางดำ รวมถึงรายละเอียดและส่วนผสมของแต่ละเมนูด้วย บอกเลยว่าอร่อยเด็ดมากๆ

แอนเล่าทิ้งท้ายว่า เนื่องจากปลาหมอคางดำทำลายระบบนิเวศ จึงอยากให้ทุกคนที่ตกปลาหมอคางดำมาทำเป็นอาหาร ถ้าเจอปลาตัวเล็ก ให้นำมาทำอาหารได้เลย หรือจะนำไปทำปุ๋ยชีวภาพ หรือแปรรูปเป็นปลาร้าก็ได้ ไม่ควรปล่อยกลับลงน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณปลาออกจากแหล่งน้ำ ถ้าปลาหมอคางดำยังระบาดหนัก ในอนาคตปลาพื้นถิ่นบ้านเราอาจจะสูญพันธ์ได้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองกินเมนู ปลาหมอคางดำ อยากให้ลองเปิดใจ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น ที่สำคัญจะได้ช่วยกันกำจัดปลาชนิดนี้ให้หมดไปจากระบบนิเวศของไทย