• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เงินเฟ้อไทยเดือนเม.ย. 2569 พลิกกลับมาเป็นบวกในรอบ 13 เดือน จากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4% โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/2569 และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569
Home ธ.ไทยเครดิต เปิดตัว ‘ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท' โฉมใหม่ ตั้งเป้ายกระดับ 1 ล้านร้านค้า Smart Market
ธ.ไทยเครดิต เปิดตัว ‘ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท' โฉมใหม่ ตั้งเป้ายกระดับ 1 ล้านร้านค้า Smart Market

ธ.ไทยเครดิต เปิดตัว ‘ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท' โฉมใหม่ ตั้งเป้ายกระดับ 1 ล้านร้านค้า Smart Market

กรุงเทพฯ, 19 กรกฎาคม 2568 – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท' (Micro Pay e-Wallet) โฉมใหม่ ชูจุดเด่น รับโอนเงินง่าย ค้าขายสะดวกยิ่งขึ้น รองรับร้านค้า-ตลาดสดทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนผลักดันสู่ Smart Market ด้วยแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า ด้วยฟีเจอร์รับเงิน-สร้างเครดิต-เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่าย แบบไม่ใช้หลักประกัน ดันกลไกเสริมวินัยทางการเงิน สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ลดการพึ่งพาเงินทุนนอกระบบ

 


นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต กล่าวว่าธนาคารมุ่งมั่นให้ความสำคัญเรื่องการเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับกลุ่มลูกค้าทุกระดับ มามากกว่า 18 ปี ด้วยกลยุทธ์หลักที่เข้าใจและเข้าถึงลูกค้า มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโต อีกทั้งเป็นการสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยอย่างพ่อค้าแม่ค้า เพราะธนาคารเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานที่แข็งแรง

ธนาคารได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยอำนวยความสะดวกของการดำเนินกิจการของพ่อค้าแม่ค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน “Micro Pay e-Wallet โฉมใหม่” เพื่อเป็นตัวช่วยให้การค้าขายมีความสะดวก รวดเร็ว และยังช่วยบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาแอปฯ ในครั้งนี้จะช่วยสร้างให้เกิดพฤติกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัล ช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว อีกทั้งเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อเนื่อง สู่การวางรากฐานทางวินัยการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตในระบบเศรษฐกิจอย่างมั่นคง

 


"แนวคิดของธนาคารดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราใส่ใจรับฟังลูกค้าและนำสิ่งต่างๆ มารวบรวม เพื่อหาทางแก้ไข ส่งผลให้เราประสบความสำเร็จ แนวคิดการไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท แอปฯ ร้านค้าเพื่อคนค้าขาย โฉมใหม่ ปัจจุบันมีร้านค้า 320,000 ร้านค้า เป้าหมายไปสู่ 1 ล้านร้านค้า จึงต้องการดูแลคนค้าขายทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อยากให้เข้ามาใช้แอป กันมากๆ โดยในเร็วๆ นี้ จะมีการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อรองรับการใช้บริการที่มากขึ้น" นายรอยย์ กล่าว

 


ด้าน นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ ธนาคารไทยเครดิต และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยไมโคร ดิจิทัล โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ทโฉมใหม่นี้ ได้ถูกพัฒนาออกแบบภายใต้แนวคิด “Customer-Centric & Inclusion-First” เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่ออกแบบมาเพื่อรองรับร้านค้า-ตลาดสดทั่วประเทศ สู่ Smart Market โดยเฉพาะ เช่น Prompt QR Merchant รับเงินทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน QR ร้านฉัน ช่วยสร้างประวัติทางการเงินเพื่อใช้ในการขอสินเชื่อ และ Request to Pay เครื่องมือใหม่สำหรับเจ้าของตลาดในการจัดเก็บค่าเช่าและบริหารข้อมูลผู้เช่าในระบบเดียว

ด้วยฟังก์ชั่นต่งๆ ที่สร้างขึ้นมาในตอนนี้สำหรับคนค้าขาย QR อยู่บนแพลตฟอร์มของ ‘พร้อมเพย์’ จึงสามารถรับได้ทุกธนาคาร ขณะที่ฟังก์ชั่นใหม่มีการอำนวยความสะดวกทั้ง ระบบเสียงแจ้งเตือน (ไม่ต้องถ่ายรูปสลิป) เพิ่มความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานป้องกันความเสี่ยงทุจริตทางอิเล็กทรินิกส์ ด้วยจุดเด่น ไมโครเพย์ สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารไทยเครดิต ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท มี 650,000 ราย ลูกค้าสินเชื่อนาไมโคร 250,000 ราย ในจำนวนนี้มีประมาณ 95% ของลูกค้า และจำนวน 320,000 ราย ใช้บริการไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท ครอบคลุม มากกว่า 5,000 ตลาดสดทั่วประเทศ ด้วยยอดธุรกรรมสะสมกว่า 48 ล้านรายการ การใช้จ่ายเติบโตก้าวกระโดด จาก 1,099 ล้านบาท ไปสู่ 26,083 ล้านบาทสะท้อนความนิยมการใช้งานของร้านค้า-ตลาดสด ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าของธนาคารจะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น นอกจากใช้บริการฟรีแล้ว ยังสามารถสะสมพอยต์ได้อีกด้วย

พ่อค้าแม่ค้าของเราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งกว่าร้อยละ 80 ไม่เคยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ ถือเป็นกลุ่ม “Unbanked” ธนาคารจึงได้ร่วมออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าได้ดำเนินกิจการได้สะดวกขึ้น โดยตั้งแต่เปิดให้บริการแอปฯ ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการทำรายการ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งจะทยอยเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในปลายปีนี้ และไตรมาสแรกปี 2569

นายกมลภู กล่าวย้ำถึงความสำเร็จว่า ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท เปิดตัวแอป ช่วงโควิด ปี 2563 ช่วงแรกให้บริการทั่วไป การเติบโตเริ่มจาก 88,413 ราย โดยปี 2568 ช่วง 6 เดือน แตะ 650,000 ราย การใช้จ่ายเริ่มจาก 458,542 รายการ ปัจจุบันแตะ 48 ล้านรายการ โดยเฉลี่ยการเข้าใช้เดือนละ 3 ล้านรายการ ปัจจุบันแตะ 4 ล้านรายการ เป็นความตั้งใจพัฒนาแอป ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ร้านค้ามากขึ้น มูลค่าการทำรายการ 1,099 ล้านบาท ปัจจุบันแตะ 26,083 ล้านบาท หลังจากปรับให้บริการมาสู่ร้านค้า จำนวนร้านค้านรับชำระปี 2564-2567 เริ่มจาก 20,522 แตะ 284,822 ร้านค้า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 320,000 ร้านค้า จำนวนการทำรายการผ่านร้านค้าแตะ 4 ล้านรายการต่อเดือน จำนวนเม็ดเงินการรับชำระผ่านคิวอาร์ร้านค้า เริ่มจาก 76 ล้านบาท ปัจจุบัน 4,415 ล้านบาท คาดว่าหลังจากเปิดบริการแอป ใหม่ ภายในต้นเดือนสิงหาคม จะรับการตอบรับที่ดีขึ้น คาดสิ้นปีร้านค้าเติบโต 30% ยอดใช้จ่ายต่อเดือน 2,000 ล้านบาท สิ้นปี 2568 เพิ่มขึ้น 40-50 ล้านบาท

บริษัท ไทยไมโคร ดิจิทัล โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทในกลุ่มธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งหวังให้ Micro Pay e-Wallet เป็นกลไกในการยกระดับให้เกิดพฤติกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้นสนับสนุนให้พ่อค้าแม่ค้ามีความสะดวก รวดเร็วในการดำเนินกิจการและการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม