• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ *** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน
Home WHAUP ชู AAT Solar 14 MW ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตฯยั่งยืน
WHAUP ชู AAT Solar 14 MW ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตฯยั่งยืน

WHAUP ชู AAT Solar 14 MW ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตฯยั่งยืน

WHAUP โชว์ศักยภาพสาธารณูปโภคและพลังงานครบวงจร ชู AAT Solar 14 เมกะวัตต์ ต้นแบบโซลูชันเพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน


บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ตอกย้ำศักยภาพการเป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงานแบบครบวงจร (Integrated Utilities & Energy Solutions) เผยความสำเร็จการจ่ายไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์สู่โรงงาน บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จากการร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE) ผ่านโครงการ Solar Rooftop และ Floating Solar กำลังการผลิตติดตั้งรวม 14 เมกะวัตต์ สะท้อนความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม ควบคู่กับการนำเสนอศักยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนใช้ใหม่ (Water Reclamation) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจน้ำและไฟฟ้า และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานกับผู้ใช้พลังงาน (Direct PPA) ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569

 


นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมไม่ได้มองหาเพียงพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ WHAUP จึงมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การพัฒนาโครงการ และการบริหารจัดการพลังงาน มาส่งมอบโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม”


ความร่วมมือกับ AAT ยังสะท้อนจุดแข็งของ WHA Group Ecosystem ในการส่งมอบโซลูชันครบวงจรให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม โดย AAT เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ตั้งฐานการผลิตภายในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group และใช้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำเพื่อรองรับกระบวนการผลิต ก่อนต่อยอดความร่วมมือสู่การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดร่วมกับ WHAUP ตั้งแต่ Solar Rooftop ขนาด 6 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ไปจนถึง Floating Solar ขนาด 8 เมกะวัตต์ ซึ่งส่งไฟฟ้าเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง ทำให้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 14 เมกะวัตต์ โดย WHAUP เป็นผู้ลงทุน พัฒนา และบริหารจัดการระบบ ช่วยให้ AAT เข้าถึงพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องลงทุนเอง พร้อมสนับสนุนการบริหารต้นทุนพลังงาน เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยานยนต์อย่างยั่งยืน


“ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำจุดแข็งของ WHA Group Ecosystem มาสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภค สู่การต่อยอดโซลูชันพลังงานสะอาดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของโรงงาน ทั้ง Solar Rooftop และ Floating Solar ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าในความเชี่ยวชาญของ WHAUP และความสามารถของ WHA Group ในการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับความยั่งยืน” นายอัครินทร์กล่าว

 


ด้าน มร. ซิลวิโอ อิลลิ (Mr. Silvio Illi) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน AAT จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับ WHAUP ตั้งแต่โครงการ Solar Rooftop จนถึง Floating Solar Direct Wire ทำให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 14 เมกะวัตต์ สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้ประมาณ 25% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต


“ในระยะยาว AAT มุ่งสู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 100% โดยเราเชื่อว่าความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง WHAUP จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”


ผสานโซลูชันพลังงานสะอาด–น้ำหมุนเวียน เสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรให้ภาคอุตสาหกรรม

 

นอกจากการส่งมอบไฟฟ้าสะอาด WHAUP ยังตอกย้ำจุดแข็งด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคครบวงจร (Integrated Utilities) ตั้งแต่การจัดหาและผลิตน้ำอุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation) เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการลงทุนสำคัญของประเทศ


โรงงานบำบัดน้ำหมุนเวียนเพื่อกลับมาใช้ใหม่ (Water Reclamation Plant) ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1) นำเทคโนโลยีการบำบัดน้ำขั้นสูงมาใช้ยกระดับคุณภาพ เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตน้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added Water) และน้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ช่วยลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)


นายอัครินทร์กล่าวว่า “น้ำและพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง WHAUP จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันทั้งสองด้านควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการต้นทุน ลดความเสี่ยงด้านทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน”


WHAUP ต่อยอดธุรกิจน้ำ–พลังงานสะอาด รับโอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและแผน PDP ฉบับใหม่
 


สำหรับทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป WHAUP ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 170 ล้านลูกบาศก์เมตร และกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลงนามแล้วสะสมตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,124 เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์ พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงขยายฐานลูกค้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม


ขณะเดียวกัน WHAUP มองเห็นโอกาสการเติบโตจากทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและการพัฒนาระบบพลังงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงการขับเคลื่อนกลไก Direct PPA ผ่านการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้หลักเกณฑ์ Third-Party Access (TPA) ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว


“WHAUP มีความพร้อมในการรองรับโอกาสจากทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่หลากหลาย ทั้ง Solar Rooftop, Floating Solar และ Solar Farm ตลอดจนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานและฐานลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อยอดการลงทุนและขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว โดยเฉพาะโอกาสจาก Direct PPA และโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้กรอบนโยบายภาครัฐ เมื่อหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องมีความชัดเจน” นายอัครินทร์กล่าว


นอกจากนี้ WHAUP ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ระบบซื้อขายพลังงานแบบ Peer-to-Peer Energy Trading ตลอดจนบริการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Reduction Solutions) ผ่านการจัดหาใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) และแพลตฟอร์ม CO2ZERO เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


“WHAUP มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน ผสานกับความแข็งแกร่งของ WHA Group Ecosystem และเทคโนโลยีภายใต้ WHA Intelligence เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และร่วมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ WHA: Shape the Future for Thailand เพื่อสร้างอนาคตการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทย” นายอัครินทร์กล่าวทิ้งท้าย